ปลัด มท. รุดรายงานนายกฯ แถลงทุจริตสอบท้องถิ่น แจง “อนุทิน” ไม่มีอำนาจเพิกถอนเอง
July 16, 2026 06:28 AM

ปลัด มท. รายงานนายกฯ ระหว่างแถลงคืบหน้าทุจริตสอบท้องถิ่น แจง “อนุทิน” ไม่มีอำนาจเพิกถอน ต้องเข้าคณะกรรมการกลาง 23 ก.ค.นี้ ส่วนเพิกถอนแล้ว 5,814 ตำแหน่ง ต้องปล่อยว่างจนกว่า ป.ป.ช. จะสอบเสร็จ

วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าวความคืบหน้าคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ช่วงหนึ่ง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อเข้าร่วมการแถลงข่าว 

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยวันนี้ก็มีการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการด้วย และก่อนหน้านี้ตนมอบหมายปลัดกระทรวงฯ และที่ปรึกษา แต่ปรากฏว่าก็มีชื่อที่ต้องถูกสอบสวนด้วย ตนจึงเข้าประชุมในวันนี้ด้วยตัวเอง และนายกรัฐมนตรีอยากให้รู้ว่า กสถ. ได้พิจารณาเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร 

โดยในวันนี้มีการประชุมตรวจสอบตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาดูความผิดปกติของผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว โดยเราบรรจุไปแล้ว 3 รอบ จำนวน 15,000 คน ในจำนวนนี้มารายงานตัว 14,988 คน จาก 15,520 คน ซึ่งเป็นผู้ที่สอบได้แล้วแต่ไม่มารายงานตัว 520 คน ก็ไม่ทราบเหตุผลที่ไม่มาว่าอาจเพราะเหตุผลกลใดก็สุดแล้วแต่

อย่างไรก็ตาม เราก็นำคะแนนของคนที่มารายงานตัวมาตรวจสอบกับคะแนนที่อยู่ในตู้เซฟที่เป็นคะแนนดิบในกระดาษคำตอบ ซึ่งด้านข้างกระดาษคำตอบจะระบุว่าได้คะแนนเท่าไหร่ โดยรายชื่อที่เอามาประกาศผลเพื่อบรรจุ เมื่อเอามาประกบกันกับกระดาษคำตอบแล้วจะพบว่าคะแนนไม่ตรงกัน 5,814 คน ซึ่งเราได้จำแนกว่าจำนวนดังกล่าวมาจากส่วนใดบ้าง 

 

จึงเป็นที่มาว่า กลุ่มแรก คือคนที่คะแนนถูกอัพมามากจากที่ควรจะสอบตกไปแล้ว แต่มีการอัพเพื่อให้สอบได้ และเข้ารอบต่อไป 3,621 คน 

กลุ่มที่ 2 คือคนที่ทำคะแนนได้ แต่ถูกอัพคะแนนเพิ่มขึ้นเพื่อให้อยู่ในอันดับต้นๆ ตามสันนิษฐาน จำนวน 1,713 คน 

กลุ่มที่ 3 คือ คนที่คะแนนผิดไป 1 คะแนน และสแกนไม่ชัด ซึ่งเราจะนำไปตรวจสอบกับกระดาษคำตอบของ ป.ป.ช. ที่ถูกอายัดไว้ ผู้สอบ 480 คนในกลุ่มนี้ จะได้มีหลักฐานที่ชัดเจน

ฉะนั้น กรรมการที่เป็น กสถ. รับรองและให้บรรจุคนเหล่านี้ เพราะเป็นคนที่ ก.กลาง มอบหมาย พวกเขาก็ตกใจว่าผิดพลาดได้มากขนาดนี้เลยหรือ จึงมีมติเห็นชอบร่วมกันว่า ในส่วนที่มีคะแนนผิดปกติ 5,814 คน จะต้องมีการส่งต่อไปยังผู้ที่มีอำนาจคือคณะกรรมการทั้ง 3 ก. (ก.จังหวัด, ก.เทศบาล และ ก.องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น) ไปดำเนินการต่อ 

ส่วนคำถามที่ว่าเหตุใดนายกรัฐมนตรีไม่ใช้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยกเลิกเอง แต่กลับโยนให้คณะกรรมการกลางฯ นายอรรษิษฐ์ ชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งกรณีนี้เป็นเรื่องของท้องถิ่น ที่กำหนดรูปแบบองค์ประกอบของกระบวนการมา ซึ่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน แต่ต้องมีตัวแทนของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารท้องถิ่นของ 3 องค์กรดังกล่าว และปลัดเทศบาลของทั้ง 3 องค์กร ก็เป็นจำนวน 6 คนแล้วที่มาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และยังมีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ที่มาเป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ผู้ที่แต่งตั้งเข้ามา แต่เป็นการเลือกกันเองให้เข้ามาในคณะกรรมการ จึงต้องเป็นการประชุมพิจารณาร่วมกัน

ทางด้านคำถามว่าหากต้องยกเลิกการบรรจุ 5,814 คน จะต้องทำอย่างไร ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ต้องมีการนับคะแนนใหม่และนำคนที่คะแนนผ่านเกณฑ์มาบรรจุ ซึ่งขณะนี้คะแนนและกระดาษคำตอบอยู่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งกับ ป.ป.ช. ไปแล้ว

ขณะที่คำถามว่าตำแหน่งที่มีการเพิกถอนกว่า 5,000 ตำแหน่ง จะส่งผลกระทบต่อการทำงานภายในท้องถิ่นหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า เมื่อโดนเพิกถอนการบรรจุไปตำแหน่งก็ต้องว่างลง เพราะคนที่จะทำงานได้ออกไปแล้ว พร้อมถามกลับว่า “จะให้คนที่ทุจริตทำงานต่อหรือ” ส่วนการเลื่อนบัญชีบรรจุในขั้นตอนต่อไป นายอรรษิษฐ์ ตอบกลับว่า จะเลื่อนได้อย่างไร คะแนนยังนับไม่เสร็จ 

อย่างไรก็ตามก่อนเดินทางกลับ นายอรรษิษฐ์ ยังแสดงความมั่นใจว่ามติที่ประชุมในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ ของคณะกรรมการกลาง จะมีมติยืนตามคณะกรรมการ กสถ.

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.