เตรียมพร้อม! ‘คลัง’ ประกาศอัตราดอกเบี้ยออมพลัส รุ่นอายุ 3 ปี อยู่ที่ 1.80% ต่อปี รุ่นอายุ 10 ปี อยู่ที่ 2.80% ต่อปี เตรียมกดปุ่มเปิดจำหน่ายล็อตแรก 4 พันล้าน ในวันที่ 31 ก.ค. 69 เชื่อดึงมนุษย์เงินเดือน-รายย่อยร่วมออมกระหึ่ม ส่วนล็อต 2 อีก 4 พันล้าน เล็งเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. นี้ นัดประกาศอัตราดอกเบี้ย 21 ส.ค. 69
16 ก.ค. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กาคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมพลัสครั้งแรก ในวันที่ 31 ก.ค. 2569 เพื่อเพิ่มทางเลือกในการออมและการลงทุนที่เข้าถึงง่ายให้แก่ประชาชน โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปี สำหรับรุ่นอายุ 3 ปี และ 2.80% สำหรับรุ่นอายุ 10 ปี
“พันธบัตรออมพลัส ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุน แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนและรัฐบาลร่วมกันลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ เงินออมของประชาชนจะเป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนที่รัฐบาลนำไปใช้พัฒนาเศรษฐกิจและประเทศ ขณะที่ประชาชนได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล จึงเป็นความร่วมมือที่ประชาชนและภาครัฐช่วยกันสร้างความมั่นคงให้ทั้งครัวเรือนและประเทศไทย” นายเอกนิติ ระุบุ
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2569 กระทรวงการคลังจะจำหน่ายพันธบัตรออมพลัส จำนวน 2 ครั้ง ครั้งละ 4 พันล้านบาท แบ่งเป็น 1. การจำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. วงเงิน 2 พันล้านบาท บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยสามารถซื้อได้ตั้งแต่ 100 บาท การจัดสรรใช้วิธี First-Come, First-Served หรือมาก่อนได้รับสิทธิก่อน จนกว่าวงเงินจำหน่ายจะครบ เปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค.-31 ส.ค. 2569 วงเงินซื้อขั้นต่ำ 100 บาท (100 หน่วย) – 50 ล้านบาท (50 ล้านหน่วย) วงเงินซื้อขั้นสูงต่อครั้ง ไม่เกิน 3 ล้านบาท (3 ล้านหน่วย) ซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 100 บาท และไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อ
2. ผ่าน Bond Connect Platform วงเงิน 2 พันล้านบาท โดยผู้ที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์สามารถจองซื้อพันธบัตรออมพลัสผ่านธนาคารพาณิชย์ และบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมทั้ง 24 ราย รวมถึงผ่านแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งได้ โดยเริ่มจองซื้อขั้นต่ำ 1 พันบาท โดยใช้วิธีจัดสรรแบบ Small Lot First หรือทยอยจัดสรรให้ผู้จองซื้อทุกรายเป็นรอบ ๆ รอบละ 1 พันบาท ดังนั้นการจองซื้อก่อนหรือหลังภายในระยะเวลาที่กำหนดไม่มีผลต่อสิทธิในการจัดสรร วิธีดังกล่าวช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรายย่อยได้รับการจัดสรรอย่างทั่วถึงมากขึ้น
ทั้งนี้ การจำหน่ายผ่าน Bond Connect Platform จะเปิดให้จองซื้อตั้งแต่วันที่ 3-5 ส.ค. 2569 เวลา 08.30 น. – 15.00 น. จองซื้อขั้นต่ำ 1 พันบาท (1 หน่วย) ไม่จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูงหน่วยละ 1 พันบาท ซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 1 พันบาท และไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อ โดยจะทำการจัดสรรพันธบัตรในวันที่ 6 ส.ค. นี้ ในกรณีที่วงเงินรอบสุดท้ายไม่เพียงพอสำหรับผู้จองซื้อทุกราย ระบบจะสุ่มจัดสรรเต็มวงเงินจำหน่าย ดังนั้นผู้จองซื้อจะทราบผลการจัดสรรในวันดังกล่าว และจะได้รับเงินคืนในวันเดียวกัน หากไม่ได้รับการจัดสรรหรือได้รับไม่ครบตามวงเงินที่จองซื้อ
“วงเงินจำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. และ Bond Connect Platform แยกออกจากกัน ผู้ลงทุนจึงสามารถลงทุนผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง หรือเลือกลงทุนผ่านทั้ง 2 ช่องทางได้ตามความเหมาะสม โดยพันธบัตรออมพลัสเป็นพันธบัตรแบบไร้ตามสาร (Scripless) จึงไม่มีการออกใบพันธบัตรหรือสมุดพันธบัตร และเชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากประชาชนรายย่อยเป็นอย่างดี เพราะถือว่าเป็นการลงทุนกับรัฐบาลที่มีความมั่นคง ปลอดภัยสูง และในระยะนี้ยังไม่มีหุ้นกู้จากภาคเอกชนในตลาดออกมา” ผู้อำนวยการ สบน. ระบุ
นางจินดารัตน์ กล่าวอีกว่า กลุ่มเป้าหมายในการจำหน่ายพันธบัตรออมพลัสในครั้งนี้ หลัก ๆ น่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน วันทำงานที่มีความสามารถในการออมรายเดือนได้ จากปัจจุบันมีประชาชนรายย่อยที่ซื้อพันธบัตรของรัฐบาลเป็นประจำอยู่แล้ว ประมาณ 1.5 แสนราย
สำหรับการจำหน่ายพันธบัตรออมพลัสในครั้งถัดไป วงเงินรวม 4 พันล้านบาท ในส่วนของวอลเล็ต สบม. จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4-15 ก.ย. 2569 เป็นต้นไป วงเงิน 2 พันล้านบาท ส่วนการจำหน่ายผ่าน Bond Connect Platform จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 7-9 ก.ย. 2569 วงเงิน 2 พันล้านบาท โดยกระทรวงการคลังจะดำเนินการประกาศอัตราดอกเบี้ยและวงเงินจำหน่ายในวันที่ 21 ส.ค. 2569
อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าการออกพันธบัตรออมพลัสครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนชดเชยการขาดดุลงบประมาณตามแผนการกู้เงินปกติของปีงบประมาณ 2569 ไม่ใช่การกู้เงินตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน วงเงิน 4 แสนล้านบาท