SpaceX สร้างสถิติใหม่ หลังมีมูลค่าตลาด (Market Cap) สูงถึง 2.46 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,460 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่ามูลค่ารวมของบริษัทอวกาศจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจอวกาศเป็นหลัก (Pure-play) จำนวน 20 แห่ง ซึ่งมีมูลค่ารวม 235 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10.5 เท่า
ข้อมูลจาก CompaniesMarketCap ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ระบุว่า Rocket Lab เป็นบริษัทอวกาศจดทะเบียนที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดที่ 68.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามด้วย AST SpaceMobile มูลค่า 34.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ, EchoStar 33.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ, China Satcom 20.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ Planet 10.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
เบื้องหลังมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของ SpaceX สอดคล้องกับการเติบโตของผลประกอบการ โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 18.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 33% จากปี 2567 ที่มีรายได้ 14.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้ 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15%
ปัจจุบัน SpaceX มี 3 ธุรกิจหลัก
ได้แก่ Connectivity, Space และ AI โดยธุรกิจ Connectivity ซึ่งประกอบด้วยบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink เป็นแหล่งรายได้หลัก คิดเป็น 61% ของรายได้ทั้งหมด ณ ไตรมาส 1 ปี 2569 Starlink มีดาวเทียมในวงโคจรกว่า 9,600 ดวง และมีผู้ใช้งานมากกว่า 10.3 ล้านราย ครอบคลุม 164 ประเทศ
ส่วนธุรกิจ Space มีสัดส่วนรายได้ 22% ครอบคลุมบริการส่งจรวด ดาวเทียม สินค้า และมนุษย์อวกาศขึ้นสู่วงโคจร รวมถึงการพัฒนาจรวด Falcon 9 และ Starship ขณะที่ธุรกิจ AI ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ 17% เกิดขึ้นหลังการควบรวมกิจการกับ xAI ของอีลอน มัสก์ ในช่วงต้นปี 2569 เพื่อพัฒนาคลัสเตอร์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์สำหรับฝึกโมเดลปัญญาประดิษฐ์ และให้บริการเช่าพลังประมวลผลแก่บริษัทต่าง ๆ เช่น Anthropic และ Alphabet (Google)
ด้านผลการดำเนินงาน
บริษัทมี Adjusted EBITDA ในปี 2568 อยู่ที่ 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 23% โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจ Starlink ซึ่งมี EBITDA Margin สูงถึง 63%
อย่างไรก็ตาม SpaceX มีผลขาดทุนสุทธิ 4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 และขาดทุนสุทธิอีก 4.28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาส 1 ปี 2569 โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากการลงทุน (Capex) ขนาดใหญ่ ไม่ใช่ผลขาดทุนจากการดำเนินธุรกิจหลัก
เฉพาะไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทใช้เงินลงทุนสูงถึง 10.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 76% ของเงินลงทุนดังกล่าวถูกใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและศูนย์ข้อมูลสำหรับธุรกิจ AI รวมถึงการเร่งพัฒนาโครงการ Starship
ทั้งนี้ การจัดอันดับมูลค่าตลาดดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะบริษัทอวกาศจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจอวกาศเป็นหลัก (Pure-play) และไม่รวมบริษัทด้านอากาศยานและกลาโหมที่มีธุรกิจหลากหลาย เช่น Boeing และ Lockheed Martin