ตัวละครใหม่ เรื่องเดิม: อังกฤษพบกับความเจ็บปวดซ้ำในฟุตบอลโลก – และสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า
วรพล ศรีสมบูรณ์ July 17, 2026 09:22 AM

ความรู้สึกขมขื่นของเดจาวูยังคงอยู่ เมื่อทีม “สิงโตคำราม” อังกฤษ กลายเป็นเหยื่อของการพลิกกลับในช่วงท้ายเกมของอาร์เจนตินาอีกครั้ง

แม้จะเปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนนักเตะบางคน แต่ถ้าเนื้อเรื่องไม่เคยเปลี่ยน เราจะยังพูดได้หรือไม่ว่านี่คือเรื่องราวใหม่?

คำถามนี้อาจเป็นสิ่งที่ทีมชาติอังกฤษควรถามตัวเอง หลังจากที่ ลิโอเนล เมสซี และทีมอาร์เจนตินาแชมป์เก่า ได้ดับฝันพวกเขาอย่างโหดร้ายในฟุตบอลโลกที่แอตแลนตา

ลองพิจารณาดู: ยูโร 1996 แพ้เยอรมนีในรอบรองชนะเลิศ, ฝรั่งเศส 1998 แพ้อาร์เจนตินาในรอบ 16 ทีม, ฟุตบอลโลก 2002 แพ้บราซิลในรอบ 8 ทีม, ยูโร 2004 แพ้โปรตุเกสในรอบ 8 ทีม, ยูโร 2016 แพ้อิสแลนด์ในรอบ 16 ทีม, รัสเซีย 2018 แพ้โครเอเชียในรอบรองชนะเลิศ, ยูโร 2020 แพ้อิตาลีในรอบชิงชนะเลิศ และเมื่อวานนี้ – ทุกครั้ง อังกฤษเป็นฝ่ายนำก่อนในเกมน็อกเอาต์สำคัญแต่กลับแพ้เสมอ บทเรียนจึงไม่ใช่ว่าอย่ายิงก่อน แต่คือการเรียนรู้ที่จะจัดการเกมเมื่อได้ประตูนำ อังกฤษนำตั้งแต่นาทีที่ 55 แต่กลับพังในช่วงท้าย

อ็องโธนี กอร์ดอน ยิงประตูสุดสวยให้ทีมขึ้นนำ และมันเป็นประตูเดียวจนถึงนาทีที่ 85 ก่อนที่พลังการกลับมาของอาร์เจนตินาจะระเบิดขึ้น และพวกเขาชนะไป 2-1

เอ็นโซ เฟร์นานเดซ จากเชลซี ยิงตีเสมอในนาทีที่ 85 และ เลาตาโร มาร์ติเนซ ยิงประตูชัยในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+2 ทั้งสองประตูมาจากการแอสซิสต์ของเมสซี วัย 39 ปี ที่ยังคงแสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยะที่ไม่มีวันโรยรา

หัวใจของแฟนบอลอังกฤษแตกสลายอีกครั้ง เมื่อเลาตาโร มาร์ติเนซ ยิงประตูที่ทำให้พวกเขาตกรอบฟุตบอลโลก

ตอนนี้อาร์เจนตินากำลังมุ่งหน้าเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์กับสเปน ทีมที่รวมตัวกันเพื่อเป้าหมายเดียว – มอบแชมป์โลกสมัยที่สองให้เมสซี ทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะจากพรีเมียร์ลีกที่มักจะเป็น “ตัวร้าย” ในสายตาแฟนบอลอังกฤษ แต่พวกเขากลับหาทางชนะได้เสมอ

ทีมของ โธมัส ทูเคิล ถูกปลูกฝังโดยทีมงานว่าพวกเขาคือฝ่ายรอง ตอนที่ต้องไปเยือนเอสตาดิโอ อัซเตก้า เจอกับเม็กซิโกในรอบ 16 ทีม และการเตรียมทีมในครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน เป็นการลดแรงกดดัน ปรับมุมมองใหม่ให้เบาลง

“ความกดดันทั้งหมดอยู่ที่พวกเขา พวกเขาคือแชมป์โลก” มาร์ก เกฮี กล่าวพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่แฝงด้วยความตั้งใจ นี่คือแท็กติกที่วางไว้ตั้งแต่ต้น แม้แต่ในรอบคัดเลือก ทูเคิลก็ยังปฏิเสธที่จะยอมรับว่าอังกฤษเป็นหนึ่งในทีมเต็ง

แต่บทบาททีมรองในแอตแลนตากลับกลายเป็นดาบสองคม พวกเขาเริ่มเชื่อในภาพลักษณ์ที่ตัวเองสร้างขึ้น ระหว่างนาทีที่กอร์ดอนยิงประตูจนถึงตอนที่โดนยิงแซง อังกฤษครองบอลได้เพียง 12 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขที่ต่ำอย่างน่าตกใจ

ช่วงเวลานั้นเองที่การจัดการเกมผิดพลาดจนทำให้พวกเขาตกรอบรองชนะเลิศ

“พอเรานำ 1-0 เรากลับพยายามเล่นแบบรักษาสกอร์ ซึ่งในระดับนี้มันไม่พอ” แฮร์รี เคน กล่าวอย่างตรงไปตรงมา นี่คือครั้งที่ห้าแล้วที่เขาอยู่ในเรื่องราวแบบเดิมโดยไม่มีตอนจบที่มีความสุข

ฟุตบอลโลกเป็นโอกาสที่หายากเกินกว่าจะไม่เรียนรู้จากอดีต ทีมของทูเคิลก็เป็นเพียงการอัปเดตเวอร์ชันใหม่ของทีมแกเร็ธ เซาธ์เกต อังกฤษเคยไร้ประสบการณ์ในรัสเซีย 2018 แต่แปดปีผ่านไปทุกอย่างดูเหมือนจะซ้ำรอยเดิม ความตื่นตระหนก ความกลัวการครองบอล ความกลัวเมื่อเป็นฝ่ายนำ – เพราะพวกเขาจ้องแต่นาฬิกาและคิดถึงรอบชิง ขณะที่อาร์เจนตินาเล่นเกมตรงหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ทูเคิลถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักเรื่องการแก้เกมระหว่างแข่งกับอาร์เจนตินา

“เรารู้ว่าอีกฝ่ายเริ่มอ่อนแรง และเราก็เดินหน้าทันที” ลิโอเนล สกาโลนี ผู้จัดการทีมอาร์เจนตินากล่าว อังกฤษกลายเป็นเหยื่อ อาร์เจนตินาเป็นผู้ล่า และนั่นคือสิ่งที่พวกเขาถนัด เรื่องราวของฟุตบอลโลก 2026 ของอาร์เจนตินาและอังกฤษดูเหมือนจะเขียนซ้ำอีกครั้ง

สมาคมฟุตบอลอังกฤษแต่งตั้งทูเคิลหวังให้เขาพาทีมข้ามเส้นชัย แต่สุดท้ายกลับต้องเจอกับความผิดหวังอีกครั้ง ต้องเล่นเกมชิงอันดับสามกับฝรั่งเศสในวันเสาร์ เกมที่ไม่มีใครอยากลงเล่น ก่อนจะเริ่มต้นทบทวนตัวเองใหม่ อังกฤษจะกลับมาอีกครั้งในยูโร 2028 ซึ่งพวกเขาจะเป็นเจ้าภาพร่วม และหนีไม่พ้นที่จะถูกมองว่าเป็นทีมเต็ง

“ถ้ามันจบไม่ดี ก็ง่ายที่จะบอกว่าการตัดสินใจของผมผิด” ทูเคิลกล่าวหลังเกม แต่เสียงวิจารณ์ที่เขาได้รับนั้นมีน้ำหนัก เพราะสุดท้ายเขาเองที่เขียนตอนจบที่คุ้นเคยให้กับอังกฤษ – การพังทลายแบบต่อหน้าต่อตา

ก่อนเกมแรกของเขา ทูเคิลเคยพูดถึงเส้นทางของทีมในยูโร 2024 ว่า “ตอนนั้นพวกเขากลัวการตกรอบมากกว่ามีความกระหายที่จะคว้าแชมป์” 16 เดือนต่อมา การเปลี่ยนตัวและคำสั่งของเขาทำให้เกิดผลลัพธ์แบบเดียวกับความล้มเหลวครั้งใหญ่ของเซาธ์เกต อังกฤษจบลงด้วยความตายที่เชื่องช้าและเจ็บปวด

อังกฤษมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ประตูของกอร์ดอนในรอบรองถือเป็นประตูทีมที่ดีที่สุดของพวกเขา เคน และ จู๊ด เบลลิงแฮม สร้างคู่หูใหม่ที่ช่วยพาทีมมาจนถึงสัปดาห์สุดท้าย และผู้เล่นสมทบหลายคนก็เล่นได้อย่างซื่อสัตย์และมีคุณภาพ แต่ในที่สุด ความเจ็บปวดกว่า 60 ปีก็ยังไม่สิ้นสุด

ทูเคิลกล่าวว่านี่คือหนึ่งในการแสดงที่ดีที่สุดของอังกฤษในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ซึ่งอาจจะเป็นจริงจนกระทั่งเขาเริ่มเปลี่ยนตัว

แม้ความเจ็บปวดจะยืดยาวถึง 62 ปี แต่ก็ยังมีสิ่งที่น่าชื่นใจ อังกฤษมาไกลที่สุดในฟุตบอลโลกภายใต้โค้ชต่างชาติ การเลือกใช้งาน เด็ด สเปนซ์ ที่เคยถูกวิจารณ์กลับพิสูจน์ว่าถูกต้อง ขณะที่ กอร์ดอน และ แอนเดอร์สัน เล่นได้อย่างโดดเด่น

เด็ด สเปนซ์ สามารถหยุดเมสซีได้เกือบตลอดช่วงของเกมรอบรอง

เบลลิงแฮมทำผลงานในระดับที่ไม่มีนักเตะอังกฤษคนใดทำได้ตั้งแต่ บ็อบบี ชาร์ลตัน ปี 1966 เขาทำสถิติยิง 7 ประตูในฟุตบอลโลกก่อนอายุ 24 ปี เทียบเท่ากับเปเล่ และมีเพียง คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่ทำได้ดีกว่า “แล้วเจอกันวันเสาร์นะ คีเลียน”

แต่ในขณะที่เบลลิงแฮมยังหนุ่ม เคนจะอายุ 36 ในฟุตบอลโลกครั้งหน้า ความพ่ายแพ้ครั้งนี้อาจส่งผลใหญ่ต่อกัปตันทีมชาติอังกฤษ และเพิ่มแรงกดดันให้ยูโร 2028 เป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่างต้องประจวบเหมาะให้ได้

“ฟุตบอลโลกมีไว้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ประเทศ และทำให้ผู้คนลืมความกังวล” ทูเคิลกล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อน “มีหลายสิ่งให้หลงรักในทีมนี้ และผมดีใจที่ผู้คนรู้สึกได้”

ผู้คนรู้สึกเช่นนั้นจริง เพราะพวกเขาเชื่อว่าทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป แต่สุดท้ายไม่เลย มีเพียงตัวละครใหม่ในเรื่องราวเก่าเท่านั้น

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.