สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้มอบหมายให้ สลาฟโก วินชิช ผู้ตัดสินจากสโลวีเนีย ทำหน้าที่ในเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพของเขา โดยยืนยันว่าเขาจะเป็นผู้ตัดสินในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์นี้ ที่สนามนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม ระหว่างทีมชาติอาร์เจนตินา แชมป์เก่า และทีมชาติสเปน แชมป์ยุโรป
วินชิช วัย 46 ปี ใช้เวลาเกือบสองทศวรรษไต่เต้าจากผู้ตัดสินในลีกยุโรปจนก้าวขึ้นมาอยู่บนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการลูกหนังโลก เขาจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้กำกับเส้นชาวสโลวีเนียร่วมชาติอย่าง โทมาช คลานชนิก และ อันดราช โควาชิช ขณะที่ อัดฮัม มักฮัดเมห์ จากจอร์แดน จะทำหน้าที่ผู้ตัดสินที่สี่ และ โมฮัมหมัด อัลคาลาฟ เป็นผู้ช่วยสำรอง
สำหรับวินชิช การได้รับมอบหมายครั้งนี้ถือเป็นจุดสูงสุดของอาชีพที่เติบโตอย่างมั่นคงผ่านการแข่งขันในระดับประเทศ ยุโรป และระดับนานาชาติ
จากสโลวีเนียสู่เวทีฟุตบอลโลก
วินชิช เกิดที่เมืองมาริบอร์ ประเทศสโลวีเนีย เมื่อปี 1979 เขาเริ่มทำหน้าที่ผู้ตัดสินอาชีพในลีกสูงสุดของประเทศในปี 2007 ก่อนจะได้รับตราผู้ตัดสินระดับนานาชาติของฟีฟ่าในปี 2010
ผลงานของเขาโดดเด่นจนได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในผู้ตัดสินระดับท็อปของยูฟ่า ทำให้เขาได้รับมอบหมายให้ลงทำหน้าที่ในรายการใหญ่อย่าง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และ ยูฟ่า ยูโรปาลีก อยู่เป็นประจำ
ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา วินชิชมีโอกาสตัดสินในเกมสำคัญของยุโรปหลายครั้ง รวมถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า ยูโรปาลีก 2022 ระหว่าง ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต กับ เรนเจอร์ส และรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2024 ระหว่าง เรอัล มาดริด กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
นอกจากเกมระดับสโมสรแล้ว เขายังเป็นผู้ตัดสินประจำทัวร์นาเมนต์ระดับทีมชาติ เช่น ยูโร 2020, ยูโร 2024, ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ และล่าสุด ฟุตบอลโลก 2026 ที่เขาได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ในเกมชิงชนะเลิศ
ตามสถิติ วินชิชได้ตัดสินเกมระดับอาชีพไปมากกว่า 500 นัด แจกใบเหลือง 2,093 ใบ ใบแดง 113 ใบ และให้จุดโทษ 117 ครั้งตลอดอาชีพ
เส้นทางฟุตบอลโลกสู่จุดสูงสุด
เกมรอบชิงชนะเลิศวันอาทิตย์นี้จะเป็นแมตช์ที่ 8 ของวินชิชในฟุตบอลโลกตลอดสองทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา เขาเริ่มปรากฏตัวในฟุตบอลโลกครั้งแรกที่กาตาร์ปี 2022 ก่อนจะกลับมาทำหน้าที่อีกสี่นัดในฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งผลงานเหล่านั้นทำให้ฝ่ายผู้ตัดสินของฟีฟ่าตัดสินใจมอบหมายให้เขาทำหน้าที่ในนัดชิงระหว่างสเปนกับอาร์เจนตินา
ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ วินชิชเคยตัดสินเกมที่ บราซิล เสมอ โมร็อกโก ในรอบแบ่งกลุ่ม, เกมที่ แอลจีเรีย ชนะ จอร์แดน และเกมที่ เม็กซิโก เอาชนะ เอกวาดอร์ ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย
เกมกับเอกวาดอร์นั้นได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เมื่อวินชิชไล่ เปียโร ฮินคาปี กองหลังเอกวาดอร์ ออกจากสนามหลังตรวจสอบ VAR เนื่องจากพยายามพูดกับ ซานติอาโก ฆิเมเนซ กองหน้าเม็กซิโก โดยเอามือปิดปาก ซึ่งถือเป็นใบแดงใบแรกในอาชีพการตัดสินทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ หลังจากก่อนหน้านี้ลงทำหน้าที่ในฟุตบอลโลกและยูโรรวมกัน 10 นัดโดยไม่เคยไล่นักเตะออก
สถิติกับทีมชาติอาร์เจนตินา
แม้อาร์เจนตินาจะเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติอยู่บ่อยครั้ง แต่วินชิชเคยตัดสินทีมของ ลิโอเนล สกาโลนี เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
เกมนั้นคือการแข่งขันนัดเปิดสนามของฟุตบอลโลก 2022 ที่อาร์เจนตินาพ่ายซาอุดีอาระเบีย 1-2 อย่างสุดช็อก วินชิชได้เป่าให้จุดโทษแก่อาร์เจนตินาหลัง เลอันโดร ปาเรเดส ถูกทำฟาวล์ในเขตโทษ ซึ่ง ลิโอเนล เมสซี ยิงเข้าไปไม่พลาด และเขายังแจกใบเหลืองให้นักเตะซาอุดีอาระเบียถึง 6 ใบ
แม้อาร์เจนตินาจะแพ้ในเกมนั้นซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลการแข่งขันที่ช็อกที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก แต่พวกเขาก็กลับมาชนะรวด 6 นัดและคว้าแชมป์ในกาตาร์ได้สำเร็จ ดังนั้นเกมรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้จะเป็นเพียงนัดที่สองที่วินชิชได้ตัดสินทีมชาติอาร์เจนตินา
สถิติของสเปนภายใต้การตัดสินของวินชิช
ในทางตรงกันข้าม ทีมชาติสเปนเคยลงเล่นภายใต้การตัดสินของวินชิชหลายครั้ง แม้ทั้งหมดจะอยู่ในรายการของยูฟ่า เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาได้ตัดสินเกมของสเปนในฟุตบอลโลก
ก่อนนัดชิง วินชิชเคยตัดสินเกมของลา โรฆา มาแล้ว 4 นัด และสเปนไม่เคยแพ้เลยแม้แต่นัดเดียว
ก่อนยุคของ ลามีน ยามาล
การตัดสินเกมของสเปนครั้งแรกของวินชิชเกิดขึ้นในเกมอุ่นเครื่องกับโคลอมเบียปี 2017 ซึ่งจบลงด้วยผลเสมอ 2-2 จากนั้นเขาได้ทำหน้าที่ในเกมยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่มที่สเปนเสมอสวีเดน 0-0 และในรอบรองชนะเลิศเนชันส์ลีก 2023 ที่สเปนเอาชนะอิตาลี 2-1
ในยุคของ ลามีน ยามาล
วินชิชยังได้ตัดสินเกมของสเปนในช่วงที่ ลามีน ยามาล แจ้งเกิดในทีมชาติ โดยเฉพาะสองเกมสำคัญในเส้นทางคว้าแชมป์ยูโร 2024 ของสเปน ได้แก่ เกมชนะอิตาลี 1-0 ในรอบแบ่งกลุ่ม และเกมชนะฝรั่งเศส 2-1 ในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งยามาลทำประตูตีเสมอสุดสวยจากระยะไกลก่อนที่สเปนจะพลิกกลับมาชนะได้อีกครั้ง
ในทุกนัดที่วินชิชตัดสิน สเปนยังคงไม่แพ้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้ เนื่องจากสเปนยังไม่เคยพ่ายภายใต้การตัดสินของเขา ขณะที่อาร์เจนตินาเคยแพ้มาแล้วจากการพบกันครั้งเดียวก่อนหน้านี้
ชีวิตหลังเหตุการณ์ปี 2020
นอกสนาม วินชิชเคยตกเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกในปี 2020 หลังถูกควบคุมตัวระหว่างการบุกตรวจสอบคดีเกี่ยวข้องกับการค้าประเวณีและอาชญากรรมจัดตั้งในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สโลวีเนียและตัวเขาเองยืนยันว่าเขาเพียงเข้าร่วมประชุมทางธุรกิจและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรม เขาได้รับการปล่อยตัวโดยไม่มีการตั้งข้อหาใด ๆ และกลับมาทำหน้าที่ผู้ตัดสินได้ในเวลาต่อมา
หลังจากนั้น วินชิชยังคงได้รับความไว้วางใจจากยูฟ่าและฟีฟ่าอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับมอบหมายให้ตัดสินในรอบชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก, ชิงแชมป์ยุโรป, ฟุตบอลโลก และล่าสุดคือรอบชิงฟุตบอลโลก 2026
และเมื่อเสียงนกหวีดเริ่มต้นในวันอาทิตย์นี้ เรื่องราวในอดีตทั้งหมดจะไม่มีความหมายอีกต่อไป วินชิชจะทำหน้าที่ในเกมชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ ที่แชมป์เก่าอย่างอาร์เจนตินาจะพบกับแชมป์ยุโรปทีมใหม่อย่างสเปน โดยมีเกียรติสูงสุดของโลกฟุตบอลและหน้าประวัติศาสตร์เป็นเดิมพัน