ลิโอเนล เมสซี่ น้ำตาคลออำลาศึกฟุตบอลโลก ฟีฟ่า ในฐานะตำนานผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการลูกหนัง
Aurora Nightingale July 20, 2026 02:02 PM

น้ำตาไหลอาบแก้มของ ลิโอเนล เมสซี่ ขณะเดินออกจากสนามพร้อมเหรียญเงินคล้องคอ หลังจากที่ทีมชาติสเปนเอาชนะอาร์เจนตินา 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษในรอบชิงชนะเลิศศึกฟุตบอลโลก ฟีฟ่า ส่งผลให้การป้องกันแชมป์ของอาร์เจนตินาต้องสิ้นสุดลง และอาจเป็นการปรากฏตัวครั้งสุดท้ายของนักฟุตบอลที่หลายคนยกให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลในฟุตบอลโลก

ผ่านไปยี่สิบปีนับตั้งแต่เขาลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรก นักเตะวัย 39 ปีไม่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้อีกครั้ง อาร์เจนตินาที่หวังคว้าแชมป์โลกสองสมัยติดต่อกันถูกสเปนครองเกมเกือบตลอดการแข่งขันที่สนามเม็ทไลฟ์ สเตเดียม ท่ามกลางผู้ชม 80,663 คนที่ส่วนใหญ่เดินทางมาเพื่อหวังเห็นเมสซี่ยกถ้วยแชมป์อีกครั้ง

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นการฉลองแชมป์โลกสมัยที่สองของทีมชาติสเปน

เฟร์ราน ตอร์เรส ยิงประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษเพียง 37 วินาทีของครึ่งหลัง ปิดฉากเกมที่สเปนครองบอลและสร้างโอกาสได้มากกว่าตั้งแต่นาทีแรก ขณะที่ผู้เล่นสเปนฉลองชัยชนะ เมสซี่ยืนอยู่กับเพื่อนร่วมทีมด้วยแววตาน้ำตาคลอ ท่ามกลางเสียงปรบมือจากแฟนบอลอาร์เจนตินาในอัฒจันทร์

เมสซี่ก้มหน้า มือเท้าเอว มองไปที่ ลามีน ยามาล วัย 19 ปี ที่เข้าไปกอดตอร์เรสหลังยิงประตูชัยได้ ไม่นานหลังจากนั้น น้ำตาก็ไหลอาบแก้มของเขาในขณะรับเหรียญรองชนะเลิศ ท่ามกลางกระดาษโปรยและพลุเฉลิมฉลองของสเปน

ลิโอเนล สกาโลนี กุนซือทีมชาติอาร์เจนตินากล่าวหลังเกมว่า “ผมหวังว่าทุกคนจะรู้สึกภูมิใจกับเขา กับสิ่งที่เขาทำได้ เพราะเขาคือนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดที่เคยเหยียบพื้นสนาม”

สถิติของเกมสะท้อนให้เห็นถึงความเหนือกว่าของสเปน ทีมของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ ยิงมากกว่าอาร์เจนตินา 20-2 ครั้ง และผ่านบอลสำเร็จถึง 845 ครั้ง เทียบกับของอาร์เจนตินาที่ทำได้เพียง 433 ครั้ง ตามข้อมูลจาก Opta ความต่างของจำนวนการยิง 18 ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์รอบชิงฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1966 ที่มีช่องว่างมากที่สุด รองจากรอบชิงปี 1990 ที่เยอรมนีตะวันตกมีโอกาสยิงเหนือกว่าอาร์เจนตินา 23-1 ครั้ง

สเปนยังทำสิ่งที่ไม่กี่ทีมเคยทำได้สำเร็จ นั่นคือการทำให้เมสซี่เล่นได้อย่างจำกัด

หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ กล่าวหลังเกมว่า “แผนแรกของเราคือทำให้เมสซี่ไม่สามารถแผลงฤทธิ์ได้”

เมสซี่มีโอกาสสัมผัสบอลเพียง 15 ครั้งในครึ่งแรก และจบเกมด้วยการสัมผัสบอล 54 ครั้ง เขาไม่สามารถหาพื้นที่เพื่อสร้างจังหวะสำคัญเหมือนที่ผ่านมาได้เลย การจ่ายบอลเข้าสู่พื้นที่อันตรายไม่แม่นยำ และเขาแทบไม่ได้รับบอลในตำแหน่งที่สามารถสร้างโอกาสให้ทีมได้

ก่อนถึงรอบชิง ความจริงแล้วเรื่องราวของอาร์เจนตินาในทัวร์นาเมนต์นี้ต่างออกไป

หลังจากที่เมสซี่ย้ายออกจากฟุตบอลยุโรปไปเล่นในเมเจอร์ลีก ซอกเกอร์ เมื่อสามปีก่อน หลายคนสงสัยว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขาอาจผ่านไปแล้ว แต่เขากลับนำอาร์เจนตินากลับมาสู่รอบชิงฟุตบอลโลกอีกครั้ง ด้วยผลงาน 8 ประตูและ 4 แอสซิสต์

ทั้ง 8 ประตูของเขามีส่วนสำคัญในการพาทีมผ่านรอบแบ่งกลุ่มและรอบน็อกเอาต์ ในรอบรองชนะเลิศกับอังกฤษ เขาจ่ายให้เพื่อนทำสองประตูในช่วงทดเวลา ส่วนในเกมกับอียิปต์ที่ทีมตามหลัง 2-0 และใกล้ตกรอบ เขาเปิดบอลให้เพื่อนยิงประตูตีไข่แตกก่อนจะยิงตีเสมอด้วยตัวเอง

ในตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ เมสซี่แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงความสามารถในการพลิกเกม แม้จะเคลื่อนไหวน้อยกว่าผู้เล่นอื่น โดยเขาเดินช้า ๆ เกือบครึ่งหนึ่งของเวลาที่อยู่ในสนาม เฉลี่ยระยะทางราว 5 กิโลเมตรต่อเกม เพื่อเก็บพลังไว้ใช้ในจังหวะสำคัญที่อาร์เจนตินาต้องการความเฉียบคมจากเขา

แต่ในเกมกับสเปน จังหวะสำคัญนั้นไม่เคยเกิดขึ้น

หากนี่คือการลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขา เมสซี่จะปิดฉากเส้นทางด้วย 21 ประตู ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดจนกระทั่ง คีเลียน เอ็มบัปเป้ จากฝรั่งเศส ยิงได้สองประตูในเกมชิงอันดับสาม ทำให้แซงขึ้นไปที่ 22 ประตู นอกจากนี้เขายังเป็นนักเตะคนแรกที่ได้ลงเล่นรอบชิงฟุตบอลโลก 3 ครั้ง และทำประตูในระดับทีมชาติมากถึง 125 ประตู เป็นรองเพียง คริสเตียโน โรนัลโด ที่ทำได้ 146 ประตู

ความสำเร็จของเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวเลข

เจ้าของแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2022 แชมป์โคปา อเมริกา สองสมัยติด แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 4 สมัย แชมป์ลีก 12 สมัยกับ บาร์เซโลนา และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และยังเป็นนักเตะคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่คว้ารางวัลบัลลงดอร์ 8 สมัย เส้นทางอาชีพของเขาทำให้ชื่อของเมสซี่ถูกกล่าวถึงในระดับเดียวกับ ดีเอโก มาราโดนา และ เปเล ในการถกเถียงว่าใครคือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล

เมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น ผู้เล่นสเปนหลายคนเดินเข้าไปปลอบเขา หลายคนกอดเขาก่อนอาร์เจนตินาจะขึ้นรับเหรียญเงิน และเมื่อสเปนตั้งแถวเป็นเกียรติให้ทีมรองแชมป์ เมสซี่พยายามยิ้มแต่ก็ไม่อาจทำได้ สีหน้าของเขาแทบไม่เปลี่ยนแปลงในขณะที่คู่แข่งตบหลังเขาเบา ๆ ระหว่างเดินไปยังโพเดียมรับรางวัล

หากนี่คือการลงสนามครั้งสุดท้ายของเขาบนเวทีฟุตบอลโลก มันจบลงโดยไม่มีตอนจบในฝันอย่างที่หลายคนหวังไว้

ไม่ใช่เพราะเมสซี่ไม่พยายาม แต่เพราะสเปนไม่เปิดโอกาสให้เขาได้เล่นตามแบบที่ถนัด แดนกลางที่นำโดย โรดรี ควบคุมเกมไว้ได้ทั้งหมด จำกัดการบุกของอาร์เจนตินา และตัดโอกาสที่เมสซี่จะสร้างจังหวะได้เหมือนในรอบก่อนหน้า

แม้เกมสุดท้ายนี้จะไม่จบอย่างที่เขาหวัง แต่มันก็ไม่อาจลบล้างสิ่งที่เขาสร้างไว้ในอาชีพได้

บางทีนี่อาจไม่ใช่จุดจบที่เมสซี่คาดคิดไว้ และอาจไม่ใช่จุดจบจริง ๆ ว่าจะเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขาหรือไม่นั้น คงต้องรอให้เจ้าตัวเป็นผู้ตัดสิน แต่หากภาพสุดท้ายของเขาบนเวทีฟุตบอลโลกคือภาพน้ำตา ไม่ใช่ชัยชนะ มันก็จะยังคงเป็นภาพที่ตราตรึงใจแฟนบอลทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ความพ่ายแพ้ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ไม่อาจลบล้างเส้นทางอาชีพที่ได้ถูกจารึกไว้แล้วว่าเป็นหนึ่งในตำนานผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการลูกหนัง หากนี่คือการอำลาที่มาพร้อมน้ำตา แฟนบอลทั่วโลกจะยังคงจดจำว่าเราเคยมีโอกาสได้ชมฝีเท้าของหนึ่งในนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.