สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ และทรงได้รับการยกย่องจากประชาคมธรรมศาสตร์ ในฐานะเจ้าฟ้าขวัญโดมพระวิริยะอุตสาหะในการศึกษา พระปณิธานในการอุทิศพระองค์เพื่อส่วนรวมและพระกรณียกิจอันทรงครูปาน โดยเฉพาะด้านกฎหมายความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ล้วนเป็นแบบอย่างของการนำองค์ความรู้มาสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติและประชาชน

เพื่อน้อมสำนึกพระกรุณาธิคุณและส่งต่อแรงบันดาลใจให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของความเพียร ความรับผิดชอบต่อสังคม และการทำความดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ภายใต้ชื่อ “พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม The Eternal Inspiration” ถ่ายทอดพระประวัติ พระวิริยอุตสาหะ พระปณิธาน และพระกรณียกิจในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ผ่านนิทรรศการร่วมสมัยที่รวบรวมพระดำริ พระดำรัส ภาพถ่าย เอกสารสำคัญ และกิจกรรมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ โอกาสนี้ พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานในพิธี ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมคณะผู้บริหาร คณาจารย์ ศิษย์เก่า นักศึกษา บุคลากรของมหาวิทยาลัย และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมงาน ณ หอประชุมใหญ่ มธ.ท่าพระจันทร์

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงสำเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2543 และทรงได้รับการยกย่องจากประชาคมธรรมศาสตร์ในฐานะ”เจ้าฟ้าขวัญโดม” ด้วยพระวิริยะอุตสาหะในการศึกษา ความมุ่งมั่นในการแสวงหาความรู้และการที่มีคุณูปการต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะด้านกฎหมาย การอำนวยความยุติธรรม การคุ้มครองสิทธิสตรี สิทธิเด็กสิทธิมนุษยชน การดูแลกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนกระบวนการส่งเสริมคุณภาพของผู้ด้อยโอกาศทั้งในประเทศและต่างประเทศ สะท้อนถึงการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
” ด้วยสำนึกในพระกรุณาที่คุณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติในชื่อนิทรรศการ “พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม” เพื่อถ่ายทอดพระประวัติ พระวิริยะอุตสาหะ พระปณิธานในการอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขประชาชนและพระกรณียกิจด้านต่างๆรวมทั้งความรู้ความผูกพันที่ประชาคมธรรมศาสตร์มีต่อพระองค์ในรูปแบบนิทรรศการร่วมสมัย ไม่ใช่เพียงรวบรวมพระประวัติพระราชกรณียกิจแต่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านเรื่องราวพระดำรัส ภาพถ่าย เอกสารสำคัญ และพื้นที่เรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนเรียนรู้คุณค่าความเสียสละ ความรับผิดชอบต่อสังคม และการยืนหยัดในการทำความดี อีกทั้งเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาประชาชนมีส่วนร่วมกับประชาคมธรรมศาสตร์ทำกิจกรรมน้อมรำลึกถึงพระองค์ กำหนดพื้นที่แสดง 2 พื้นที่ ได้แก่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และหอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ มธ. ศูนย์รังสิต ” ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าว

นอกจากเปิดงานนิทรรศการร่วมสมัย ได้จัดเสวนาเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ “เจ้าฟ้าขวัญโดม แรงบันดาลใจนิรันดร์ ” ถ่ายทอดเรื่องเล่าในความทรงจำของผู้ถวายงานและพระสหายร่วมรุ่น สะท้อนความเมตตา ตัวตนของพระองค์ พระปรีชาสามารถ และแนวทางสืบสานพระปณิธาน

ศ.ดร.เสาวนีย์ อัศวโรจน์ พระอาจารย์ที่ปรึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ กล่าวว่า แม้จะผ่านเวลามา29 ปี รู้สึกซาบซึ้ง ตนได้รับเลือกเป็นพระอาจารย์ที่ปรึกษาตั้งแต่ชั้นปีที่1 พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่พระองค์ท่านไม่ได้โปรดให้ถวายคำแนะนำเป็นพิเศษ มีพระจริยวัตรที่เรียบง่าย 11 พ.ค. 2540 ถวายงานวันแรก เสด็จในงานรับเพื่อนใหม่ ฉลองพระองค์เสื้อสีม่วง ทรงกางเกงสีดำ ทรงรวบพระเกศาไว้ด้านหลังและติดกิ๊บสีม่วง ประทับนั่งแถวหน้าแม้พื้นดูไม่ค่อยสะอาด รุ่นพี่ส่งน้ำให้พระองค์ท่านส่งน้ำต่อไปด้านหลังมากกว่า 100 ถ้วย ทรงวางพระองค์ธรรมดามาก ทรงเล่าให้ฟังเหตุผลที่เลือกนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์อันดับเดียว เพราะอยากเรียนธรรมศาสตร์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเห็นพ้องด้วยหากเอ็นทรานซ์ไม่ติดธรรมศาสตร์ ท่านพร้อมจะไปเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยเปิด
“ พระองค์ท่านมีพระวิริยะอุตสาหะมาก เช้าทรงพระอักษรที่คณะนิติศาสตร์ บ่ายเสด็จไปประกอบพระกรณียกิจ ได้เรียนถามคุณข้าหลวงทำไมพระองค์ท่านไม่ทรงพระอักษรอย่างเดียว ได้คำตอบว่า ทรงเกรงพระทัย ชาวบ้านทูลเชิญให้เสด็จไปงาน ซึ่งงานนัันๆ เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ทรงปฏิบัติเช่นเดียวกับสมเด็จปู่ให้ความสำคัญกับประชาชน พระองค์ท่านเคยตรัส “ภาจบแล้ว ภาจะไปทำงานกฎหมายเพื่อนำกฎหมายทางทฤษฎีไปใช้ทางปฎิบัติ ทำหน้าที่ราชวงศ์รับใช้ประชาชน เพราะหัวใจของประเทศชาติ คือ ประชาชน ทรงรับสั่งเช่นนี้ เมื่อได้ฟังแล้วเป็นที่ซาบซึ้งใจอย่างมาก ” ศ.ดร.เสาวนีย์ กล่าว

ด้าน รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. พระสหายร่วมรุ่น ย้อนบรรยากาศวันแรกพบว่า ในงานวันรับเพื่อนใหม่ เมื่อทราบว่า พระองค์ภาจะมาเรียนคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ สิ่งที่เพื่อนนักศึกษาส่วนใหญ่คิดคงจะต้องจัดพื้นที่เป็นพิเศษ แต่บรรยากาศวันจริงไม่เป็นเช่นนั้น เป็นความเซอร์ไพรส์ของเพื่อนร่วมรุ่น เราเห็นพระจริยวัตร ทั้งเล่นเกม เต้นไก่ย่างถูกเผา ทำกิจกรรมเรียนในห้องเหมือนนักศึกษาคนอื่น ทำให้พื้นที่ในห้องเรียนเป็นพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกัน ไม่มีแบ่งแยก ท่านไม่พูดราชาศัพท์ ใช้คำสามัญทั่วไปในห้องเรียน พระราชวงศ์มีพระกรณียกิจมากมาย แต่ท่านมาเรียนสม่ำเสมอ แม้แต่การใช้ชีวิตนอกห้องเรียน ท่านจะเดินไปเสวยกับเพื่อนๆ ทั้งโรงอาหารในมหาวิทยาลัยตามคณะต่างๆ และร้านในซอยแคบย่านท่าพระจันทร์
“ ทั้งเพื่อนร่วมรุ่น นักศึกษา อาจารย์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และมธ.ศูนย์รังสิต พูดตรงกัน ทรงมีพระจิรยวัตร เรียบง่าย อ่อนน้อม เคารพ และให้เกียรติพระอาจารย์ เพื่อนร่วมรุ่น แม้แต่แม่บ้าน ภารโรง ทรงไม่ถือพระองค์ เป็นเจ้าฟ้าที่เดินเคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง ไม่มีพระอิสริยยศแบ่งแยก เป็นภาพที่เรานึกถึงพระองค์อย่างมาก ทรงสำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับสองด้วยพระปรีชาสามารถ แม้ประกอบพระกรณียกิจควบคู่กับการเรียน ซึ่งพระองค์ท่านไม่ได้เรียกร้อง ต้องเทิดพระเกียรติด้วยการให้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งแต่อย่างใด ” รศ.ดร.สุปรียา กล่าว

รศ.ดร.สุปรียา กล่าวต่อว่า พระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อมหาวิทยาลัยมากมาย คณะนิติศาสตร์ทูลเชิญสอนรายวิชาวิธีพิจารณาความอาญาชั้นสูงสำหรับนักศึกษาปริญญาโท ทรงกลับมาเป็นอาจารย์สอนพิเศษและแชร์มุมมองการเป็นอัยการ นำความรู้ ประสบการณ์การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องขังมาแบ่งปันให้นักศึกษา ทุกครั้งที่มหาวิทยาลัยหรือคณะมีงานหรือจัดกิจกรรมระดมทุน ทรงร่วมงาน ซึ่งครั้งสุดท้ายทรงเป็นประธานงานระดมทุนรายการวิ่ง ปี 2562 และทรงร่วมวิ่ง 25 กิโลเมตรกับประชาชนทั่วไป เป็นภาพที่น่าประทับใจ ทรงเป็นศิษย์เก่าที่ไม่ลืมคณะ เคยมีรับสั่งว่า ดีใจที่ได้กลับบ้าน เป็นบ้านอีกหลังหนึ่งที่ผูกพันมาตลอด 4 ปี ไม่ใช่เพียงแค่สถาบันการศึกษา ทรงสนับสนุนการทำงานของคณะ มหาวิทยาลัย สนับสนุนการผลิตบัณฑิตคณะนิติศาสตร์ที่มีคุณภาพตอบสนองปัญหาสังคม พระองค์ทรงมีดีเอ็นเอของธรรมศาสตร์ 100% เราจะสืบสานพระปณิธาน ทำให้อุดมการณ์และงานของพระองค์เดินต่อไป

นายอดิศักดิ์ ภานุพงศ์ อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา ที่ปรึกษาพิเศษสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย อดีตที่ปรึกษาโครงการกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา กล่าวว่า นานาประเทศทรงยกย่องเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและให้ความสนพระทัยเป็นพิเศษกับกลุ่มเปราะบาง ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา พระดำรัสถ้อยแถลงในทุกๆ ที่ ยึดหลัก 3 ประการ ได้แก่ ความยุติธรรม หลักนิติธรรม และความมั่นคงที่ยั่งยืน ในวงการระหว่างประเทศพระองค์ท่านยกระดับความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาให้กับสหประชาชาติเป็นอย่างมาก ทรงได้รับการถวายรางวัลจากนานาประเทศด้วยพระปรีชาสามารถและพระวิสัยทัศน์เชิงรุกทั้งด้านการทูตและการพัฒนาระบบยุติธรรม
“ ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ทรงเป็นประธานคณะกรรมการ UNODC ว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา พระองค์ได้รับมอบหมายดำรงตำแหน่งประธานการประขุมสมัยที่ 21 ที่กรุงเวียนนา พระองค์ไม่เคยขาดประชุมแม้แต่วันเดียว ทรงงานวันละ 12 ชั่วโมง ผลงานปรากฎเป็นรูปธรรม ทรงเป็นแรงผลักดันสำคัญให้จัดทำข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules) มาตรฐานสากลว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ทรงผลักดันร่วมมือกับนานาอารยประเทศบรรจุหลักนิติธรรมในแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืน SDGs จนในที่สุดได้รับการรับรองจากสหประชาขาติ ทรงแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงน้อมนำแนวพระราชดำริในหลวง รัชกาลที่ 9 ฟื้นฟูคุณภาพชีวิต ทรงขจัดความรุนแรงต่อเยาวชนผ่านกระบวนการยุติธรรมจนสำเร็จ ความมุ่งมั่นทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนทั้งหมดล้วนมีรากฐานมาจากการเรียนรู้วิชากฏหมาย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ “ นายอดิศักดิ์ กล่าว

อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา กล่าวต่อว่า หมวกอีกใบพระองค์ที่ให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ทรงดำรงตำแหน่งเอกอัคราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐออสเตรเลีย ทรงห่วงใยสุขทุกข์ของพสกนิกรชาวไทยในเวียนนาและประเทศใกล้เคียง งานเจริญสัมพันธไมตรีสำคัญ แต่การดูแลคนไทยในต่างแดนประชาชนสำคัญที่สุดในพระทัย สะท้อนผ่านกิจกรรมกงสุลสัญจร ให้ความรู้ด้านกฎหมาย ให้ความช่วยเหลือด้านนิติกรแก่ชาวไทยในต่างแดน พสกนิกรปลาบปลื้มและน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ


ร่วมซึมซับแรงบันดาลใจของเจ้าฟ้านักพัฒนาในนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม The Eternal Inspiration” จะจัดแสดงที่หอประชุมใหญ่ มธ.ท่าพระจันทร์ และที่หอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ มธ. ศูนย์รังสิต เปิดเข้าให้บุคคลทั่วไปเข้ากิจกรรมระหว่างวันที่ 20 ก.ค.–15 ต.ค.2569 เวลา 10.00–19.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเข้าชมนิทรรศการในรูปแบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ของหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ https://www.library.tu.ac.th


