แหล่งข่าวจากผู้ค้าไบโอดีเซล เผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ปัจจุบันภาพรวมการใช้ B20 ในประเทศยังขยายตัวต่อเนื่องตามสถานีบริการน้ำมัน แม้ชะลอตัวบ้างในช่วงหน้าฝน แต่สิ่งที่ต้องจับตาใกล้ชิดคือการที่อินโดนีเซียเตรียมปรับเกณฑ์ใช้ B50ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะดึงดีมานด์เมทานอลโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 3 แสนตันต่อปี อยากให้รัฐบาลไทยคงนโยบายสัดส่วนผสมให้ต่อเนื่องเพื่อลดความเสี่ยงภาคธุรกิจ ซึ่งสถานการณ์อุตสาหกรรมไบโอดีเซลในประเทศไทยปัจจุบันยังคงมีทิศทางที่น่าสนใจ เช่น การใช้ดีเซล B20 ในไทยมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น แม้ว่าในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ปริมาณการใช้จะมีการชะลอตัวลงไปบ้างตามฤดูกาล แต่ภาพรวมยังถือว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ใช้รถ
เขย่าซัพพลายเมทานอลโลก ผลกระทบจากอินโดนีเซีย B50
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือความเคลื่อนไหวในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศอินโดนีเซียที่เตรียมจะขยับสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลเป็น B50 ภายในเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ต่อจากนี้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างตลาดน้ำมันปาล์มและสารเคมีในระดับโลก ดังนี้
ปริมาณการส่งออก CPO ลดลง ตลาดโลกจะมีปริมาณน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) จากอินโดนีเซียออกสู่ตลาดน้อยลงเนื่องจากถูกนำไปใช้ภายในประเทศมากขึ้น
ความต้องการเมทานอลพุ่งสูง การปรับจาก B40 เป็น B50 ของอินโดนีเซีย จะทำให้มีความต้องการใช้เมทานอลเพิ่มขึ้นถึงปีละประมาณ 300,000 ตัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศไทยที่มีการใช้เพียงปีละประมาณ 100,000 กว่าตันเท่านั้น
เร่งเจรจาแหล่งนำเข้า-ประเมินอุปทานตลาดโลก
ในส่วนของประเทศไทย ปัจจุบันยังคงมีเมทานอลสำรองเพียงพอจากการนำเข้าอย่างต่อเนื่อง โดยแหล่งนำเข้าหลักมาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย ขณะนี้ผู้นำเข้าเมทานอลรายใหญ่ของไทยกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับ บริษัทปิโตรนาส (Petronas) เพื่อประเมินสถานการณ์อุปทานในตลาดโลกว่าจะยังคงเพียงพอต่อการรองรับนโยบายไบโอดีเซลของไทยในอนาคตหรือไม่
วอนรัฐบาลคงนโยบายต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงขาดทุน
อย่างไรก็ดีทางสมาคมไบโอดีเซล ได้แสดงข้อกังวลสำคัญต่อภาครัฐถึงเรื่องความผันผวนและการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลที่บ่อยครั้งเกินไป เนื่องจากการบริหารจัดการในอุตสาหกรรมนี้มีข้อจำกัดด้านเวลา โดยเฉพาะการนำเข้าเมทานอลที่ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าเป็นระยะเวลานานหลายเดือนหากภาครัฐมีการปรับเปลี่ยนนโยบายแบบกะทันหัน จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการบริหารจัดการสต็อก ทำให้เกิดความยุ่งยากและเสี่ยงต่อสภาวะการขาดทุนของภาคเอกชน
ดังนั้นสมาคมฯ จึงมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาคงนโยบายการใช้ไบโอดีเซลให้มีความต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานสามารถวางแผนการผลิตและการนำเข้าได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ