ทัวร์ลง! พยาบาลแซะ คนด่าโต๊ะจีนในไอซียู ลั่น ปากเก่งแต่ก็เข้ารพ. โซเชียลแห่ขุดยับ
GH News July 27, 2026 05:13 PM

ดราม่าเดือด! พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์ วิจารณ์กรณีเด็ก 5 วันเสียชีวิต ลั่น โจมตีแต่ปมโต๊ะจีนในไอซียู แต่ไม่ดูประวัติครรภ์ เจอโซเชียลถล่มยับจี้ตามตัว

จากกรณีเด็กชายวัย 5 วันเสียชีวิต ล่าสุดเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ออกมาโพสต์ข้อความเดือด หลังมีกระแสโจมตีประเด็นการตั้งโต๊ะจีนในห้องพักฟื้นผู้ป่วยวิกฤต เช่น “คันปากจัง ! เห็นปากเก่ง สุดท้ายก็มานอน รพ. เจอนักต่อนัก” และ “ด่า ๆ กันเข้าไป สุดท้ายก็เข้า รพ. กันอยู่ดี เฮ้อ” ขณะที่บางรายถึงขั้นประชดประชันว่า “อยากให้ปิด รพ. สักเดือน ทำโทษ”

นอกจากนี้ยังมีข้อความที่พุ่งเป้าไปที่อาการป่วยของเด็กโดยตรง ระบุว่า “เล่นข่าวประณามแต่เรื่องโต๊ะจีน แต่สังคมไม่สงสัยบ้างหรอทำไมเด็กถึงป่วย ไม่มีใครสงสัยประวัติระหว่างตั้งครรภ์เลยหรอ นี่สงสัยนะ สังคมช่วยแยกแยะแต่ละประเด็นหน่อยมั้ย ถึงการกินโต๊ะจีนจะผิดแค่ไหน แต่เด็กก็ไม่ได้ตายด้วยโต๊ะจีนอ่ะ”

ก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลอ่างทอง ชี้แจงว่าแม่มีโรคประจำตัวคือเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ดีตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ และมีโรคความดันโลหิตสูง ร่วมกับมีภาวะน้ำเดินก่อนกำหนด ส่งผลให้น้ำหนักทารกแรกเกิดมากกว่าเกณฑ์ปกติ

โรงพยาบาลเปิดเผยไทม์ไลน์การรักษาอย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เด็กคลอดก่อนกำหนดในอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ น้ำหนักตัว 4,305 กรัม มีภาวะความดันเลือดในปอดสูง หายใจลำบากชั่วคราว และสงสัยว่าติดเชื้อในกระแสเลือด ถือเป็นภาวะรุนแรงและมีอัตราเสียชีวิตสูง หลังคลอดเพียง 1 ชั่วโมง ทารกหายใจลำบากและออกซิเจนต่ำ แพทย์จึงนำเข้าหอผู้ป่วยวิกฤติทารกแรกเกิด (NICU) ทีมแพทย์พิจารณาเรื่องการส่งตัวไปยังโรงพยาบาลแม่ข่าย แต่ประเมินว่าเด็กมีความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้าย

ต่อมา 17 กรกฎาคม เวลา 10.20 น. เด็กมีอาการทรุดลงจนหัวใจหยุดเต้น ทีมรักษาช่วยฟื้นคืนชีพ พร้อมแจ้งข้อมูลความรุนแรงของโรคและโอกาสเสียชีวิตให้พ่อและแม่ทราบ จากนั้นช่วงวันที่ 18-19 กรกฎาคม อาการคงที่แต่ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดความถี่สูงและยากระตุ้นความดัน

กระทั่ง 20 กรกฎาคม ซึ่งตรงกับวันที่มีการจัดกิจกรรมรับประทานอาหารในห้องไอซียู เด็กมีอาการบวมทั่วตัวและปัสสาวะลดลงจากภาวะวิกฤตของโรค ทำให้เก็บปริมาณสารน้ำในหลอดเลือดไม่ได้ ความดันโลหิตเริ่มปรับตัวสูงขึ้น แพทย์จึงลดยากระตุ้นความดันลงบางส่วน แต่ยังจำเป็นต้องให้อีก 4 ชนิด ทีมกุมารแพทย์จากโรงพยาบาลแม่ข่ายแนะนำให้รักษาตามแผนเดิมและติดตามอาการใกล้ชิด แพทย์ได้แจ้งให้พ่อแม่ทราบถึงการปรับลดยาแล้ว

จากนั้น 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ออกซิเจนในเลือดเด็กลดลง เวลา 08.30 น. ออกซิเจนตกเหลือร้อยละ 76 แพทย์ปรับเพิ่มเครื่องช่วยหายใจและให้ยาเพิ่มเติม เวลา 09.14 น. ทีมรักษาโทรศัพท์แจ้งพ่อแม่ว่าอาการทรุดหนักให้รีบเดินทางมาโรงพยาบาล เวลา 10.11 น. เด็กไม่มีสัญญาณชีพ ทีมรักษาพยายามช่วยฟื้นคืนชีพ 35 นาที แต่ไม่เป็นผล และประกาศการเสียชีวิตในเวลา 10.45 น.

ท้ายที่สุดโรงพยาบาลยืนยันว่าการเสียชีวิตของทารกเกิดจากภาวะเจ็บป่วยรุนแรงตั้งแต่แรกเกิด โดยเฉพาะภาวะความดันเลือดในปอดสูง อาการของโรคดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แม้ทีมแพทย์จะให้การรักษาอย่างเต็มความสามารถตามมาตรฐานวิชาชีพแล้ว

ข่าวล่าสุด
© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.