สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า เริ่มเปิดการสอบสวนทางวินัยต่อทีมชาติอาร์เจนติน่าเกี่ยวกับพฤติกรรมของทัพ “ฟ้าขาว” หลังจบเกมที่พ่ายแพ้ให้กับ สเปน 0-1 ในรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 และตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์
ฟีฟ่า ได้มีการแต่งตั้งอัยการด้านวินัย และจริยธรรมเพื่อประเมินสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ก่อน หลังเสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันที่สนามเมทไลฟ์ สเตเดียม โดยมีผู้เล่นอาร์เจนติน่าหลายคน และทีมงานเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับการทะเลาะวิวาทกับผู้เล่นสเปนหลังพ่าย 0-1
โดย ฟีฟ่า จะทำการสอบสวนนักเตะอาร์เจนติน่า ได้แก่ นาฮูเอล โมลินา และเลอันโดร ปาเรเดส รวมถึง โรแบร์โต อายาลา ผู้ช่วยโค้ชอาร์เจนติน่า ในข้อหาทำร้ายร่างกายนักเตะฝั่งตรงข้ามตามมาตรา 14 ของระเบียบวินัยของฟีฟ่า
โมลินา อาจถูกลงโทษทางวินัยเพิ่มเติมอีกหนึ่งข้อหาในข้อหาประพฤติไม่เหมาะสมตามมาตรา 14 ส่วนเพื่อนร่วมทีมอย่าง ติอาโก อัลมาดา และกาบี กองกลางทีมชาติสเปน ก็ถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎเดียวกัน
ภายใต้ระเบียบวินัยของฟีฟ่า นักเตะและเจ้าหน้าที่ต้องถูกลงโทษอย่างน้อย 1 นัด สำหรับการประพฤติไม่เหมาะสม และอย่างน้อย 3 นัดสำหรับการทำร้ายร่างกาย
ซึ่งทางสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา กำลังเผชิญกับการดำเนินการทางวินัยสำหรับการละเมิดที่อาจเกิดขึ้นในหลายแมตช์ รวมถึงการใช้การแข่งขันกีฬาเพื่อแสดงออกในลักษณะที่ไม่เกี่ยวข้องกับกีฬา การประพฤติมิชอบของทีม การเลือกปฏิบัติและการเหยียดเชื้อชาติ รวมไปถึงการละเมิดความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในการแข่งขัน
ก่อนหน้านี้มีเคสนักเตะอาร์เจนตินาฉลองชัยชนะในรอบรองชนะเลิศเหนืออังกฤษ ด้วยป้ายผ้าที่สนับสนุนการอ้างสิทธิ์ของประเทศตนในหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ โดยมีข้อความว่า “Las Malvinas son Argentinas” ซึ่งแปลว่า “หมู่เกาะฟอล์คแลนด์เป็นของอาร์เจนตินา” เข้าข่ายการชูแผ่นป้ายที่มีข้อความด้านการเมืองแบบเต็มๆ ซึ่งเป็นข้อห้ามอยู่แล้ว