สุดเศร้าญาติทยอยรับศพเหยื่อกราดยิงเทพศิรินทร์ นนทบุรี ขณะที่ “กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ - สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนนทบุรี” ตั้งโต๊ะรับคำขอช่วยเหลือเยียวยาตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาฯ ด้าน “พ่อแม่ครูหมวย” ร่ำไห้ พ่อถามเจ้าหน้าที่คุ้มครองสิทธิฯ เสียงสั่นเครือ “เงิน 300,000 บาท มันแลกกับชีวิตลูกทั้งคนได้หรือไม่” ขณะที่เจ้าหน้าที่ แจง แม้เงินไม่สามารถทดแทนความสูญเสียได้ แต่จะเป็นการช่วยลดภาระของครอบครัว และเงินค่าตอบแทนถือเป็นคำขอโทษจากรัฐ ยืนยัน เป็นแค่หน่วยงานหนึ่งเร่งเยียวยาเหยื่อเสียชีวิตรายละ 3 แสน ย้ำ “ด.ช.ผู้ก่อเหตุ” ไม่อยู่ในเกณฑ์ได้รับเงิน ส่วนปู่ย่า ครอบครัวทายาทสามารถขอรับการเยียวยาได้ ระบุ หากคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาแล้วเสร็จ เตรียมจ่ายเงินภายใน 1 สัปดาห์หลังอนุมัติ
กรณีนักเรียนชายอายุ 14 ปี ร.ร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี ใช้อาวุธปืนกราดยิงในโรงเรียนหลังจากก่อเหตุที่บ้านพัก ก่อนทำร้ายตัวเอง ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รอง ผอ.ฝ่ายปกครอง 1 น.ส.สายฝน ศิริกิจจาขจร หรือครูหมวย เลขาหน้าห้อง 1 น.ส.ทิวาพร วานิช ครูแนะแนว 1 ว่าที่ร้อยตรีหญิงนันท์ชณัฐพร นาคพลั้ง หรือครูขนุน ครูภาษาไทย 1 น.ส.ประภาพร ก้อนศิลา ครูคณิตศาสตร์ ด.ช. อายุ 14 ปี นักเรียนผู้ก่อเหตุ นายสมจิตต์ อายุ 73 ปี และ นางพรทิพย์ อายุ 74 ปี ปู่และย่าผู้ก่อเหตุ ศพทั้งหมดนำส่งไปชันสูตร ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ
ความคืบหน้าเหตุสลดดังกล่าว เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 ส.ค. 69 กลุ่มญาติของผู้เสียชีวิตทยอยนำเอกสารหลักฐานมาติดต่อรับศพเพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมศาสนา ท่ามกลางความโศกเศร้า
สำหรับผู้เสียชีวิต ทั้ง 8 ราย ครอบครัวได้ประสานมายังมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อนำส่งร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลศพ ดังนี้
นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง 1 (กลุ่มบริหารงานบุคคลและกลุ่มงานกิจการนักเรียน) รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี นำส่งที่วัดกันทรอมน้อยจ.ศรีสะเกษ
น.ส.ทิวาพร วานิช ครูประจำวิชาแนะแนวหรือครูหมวย ทางครอบครัวจะนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดโตนด จ.พระนครศรีอยุธยา
น.ส.สายฝน ศิริกิจจาขจร เจ้าหน้าที่ธุรการ และเป็นเลขานุการหน้าห้องผู้บริหารนำส่ง วัดสุวรรณคลองสาน กทม.
ว่าที่ร้อยตรีหญิงนันท์ชณัฐพรพร นาคพลั้ง หรือครูขนุน ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย นำส่งวัดโบสถ์บน จ.นนทบุรี และน.ส.ประภาพร ก้อนศิลา ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ นำส่ง วัดบางอ้อยช้าง จ.นนทบุรี
ส่วนนายสมจิตต์ อายุ 73 ปี (ปู่) นางพรทิพย์ อายุ 68 ปี (ย่า) และเด็กชายวัย 14 ปี ผู้ก่อเหตุ นำส่งวัดเต็มรักสามัคคี จ.นนทบุรี
โดยมีเจ้าหน้าที่ของ สถาบันนิติเวชฯ เจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนนทบุรี เดินทางมาคอยอำนวยความสะดวกให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ทั้งในเรื่องการติดต่อขอรับศพและการประสานงานด้านสิทธิและการเยียวยา รวมทั้งอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รับเรื่องส่งศพกลับไปทำพิธีศาสนาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายอีกด้วย
ครอบครัวแรกที่มาถึง คือ ครอบครัวของนายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง 1 (กลุ่มบริหารงานบุคคลและกลุ่มงานกิจการนักเรียน) รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี มีภรรยาและบุตรชาย โดยภรรยาได้สวมแว่นตากันแดดสีดำ พร้อมนำกรอบรูปภาพของสามีมารอรับร่าง สีหน้าไม่สู้ดี น้ำตาคลอตลอดเวลา พร้อมระบุสั้น ๆ กับสื่อมวลชนว่า “ตนยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ใด ๆ เพราะยังรู้สึกไม่ไหวจริง ๆ ค่ะ”
ขณะที่บัญชีเฟซบุ๊กของคุณมิน (ภรรยาของรอง ผอ.ฯ) ได้โพสต์ว่า “นี่คงเป็นวันที่ใจหนูแตกสลายที่สุด อยู่ ๆ ก็ยัดเยียดหัวหน้าครอบครัวให้ ถามสักคำยังพร้อมรับมือไหม ละบอกจะอยู่ 60 ปี ต่อเวลาอีก 15 ปีได้ไหม พี่สุดยอด SuperDad เลยอะ หลับให้สบายนะพี่ หนูและลูกโคตรจะภูมิใจในตัวพี่เลย เพิ่งรู้ถึงความเจ็บปวดนี้ แค่กอด ยังทำไม่ได้ #เทพศิรินทร์นนทบุรี”
นอกจากนี้ ยังมีครอบครัวของ น.ส.ประภาพร ก้อนศิลา ตำแหน่งครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี มีพ่อ แม่ และสามีของ น.ส.ประภาพร พร้อมเพื่อน ได้เดินทางมารับร่างของ น.ส.ประภาพร เพื่อนของ น.ส.ประภาพร ได้ดำเนินการกรอกเอกสารคำขอรับการเยียวยาช่วยเหลือ พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559)
พ่อแม่ของ น.ส.ทิวาพร วานิช หรือครูหมวย ครูประจำวิชาแนะแนว โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เดินทางมารับร่างบุตรสาว พร้อมกรอกเอกสารขอรับคำขอช่วยเหลือเยียวยาเช่นเดียวกัน โดยในบางช่วงบางตอนระหว่างเตรียมกรอกเอกสาร เจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้แจ้งว่า เงินค่าตอบแทนตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนฯ กรณีเสียชีวิต จะอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาท กรมคุ้มครองสิทธิฯ จะต้องนำเอาเอกสารคำร้องขอของญาติทุกคนเข้าสู่การประชุมของคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาฯ ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อกรรมการมีมติในการพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาสำหรับผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับการบาดเจ็บ
ระหว่างนั้น ปรากฏว่าคุณพ่อของครูหมวย ได้พูดขึ้นมาด้วยเสียงสั่นเครือ และมีน้ำตาคลอ ๆ ว่า “เงิน 300,000 บาท มันแลกกับชีวิตคนทั้งคนได้หรือไม่” เจ้าหน้าที่ฯ ก็ได้พยายามชี้แจงว่า เราเข้าใจความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับครอบครัวทุกท่าน แต่สิ่งที่เราจะช่วยลดภาระทางครอบครัวหลังต้องสูญเสียได้ก็คือค่าตอบแทนผู้เสียหายตามกฎหมาย ซึ่งก็เป็นคำขอโทษจากรัฐ จากเหตุอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นนี้ อย่างไรก็ตาม พ่อและแม่ของครูหมวย ต่างจับมือกอบกุมกันแน่นอน ขณะที่ทั้งคู่ยังคงเศร้าเสียใจ โดยเฉพาะคุณพ่อที่ร้องไห้ ปนเสียงสะอื้นตลอดเวลา
เจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดเผยแนวทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุใช้อาวุธปืนภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จ.นนทบุรี ตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) ว่า กรณีเสียชีวิต จะได้รับเงินค่าตอบแทนรายละ 300,000 บาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จะพิจารณาตามค่าใช้จ่ายจากการรักษาจริง แบ่งเป็น กรณีบาดเจ็บเล็กน้อยและรักษาหายภายใน 7 วัน จะได้รับค่าตอบแทน 10,000 บาท ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลจะจ่ายตามจริงตามใบเสร็จ
นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการเยียวยาด้านจิตใจสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ โดยผู้ประสบเหตุที่มีอาการด้านจิตใจจะต้องเข้ารับการรักษาและมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าเกิดจากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงสามารถขอรับค่าตอบแทนและค่ารักษาพยาบาลในส่วนนี้ได้ ส่วนค่าชดเชยกรณีขาดรายได้ จะพิจารณาเฉพาะผู้ที่มีอาชีพรับจ้าง ขณะที่นักเรียนซึ่งยังไม่มีอาชีพจะไม่อยู่ในส่วนดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายที่อยู่ในกระบวนการเยียวยา 31 เคส ทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ทั้งนี้ สำหรับเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตทั้ง 7 ราย เจ้าหน้าที่ระบุว่า จะเร่งนำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการประจำจังหวัดนนทบุรีภายในสัปดาห์นี้เพื่อพิจารณาอนุมัติ ก่อนเร่งจ่ายเงินโดยเร็วที่สุด โดยคาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์หลังได้รับอนุมัติ ส่วนวิธีการจ่ายเงินอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะโอนเข้าบัญชีหรือมอบให้ครอบครัวโดยตรง พร้อมย้ำว่าเงิน 300,000 บาท เป็นการเยียวยาตาม พ.ร.บ.ญ ของกระทรวงยุติธรรมเท่านั้น ยังไม่รวมเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐอื่น ขณะเดียวกัน ผู้ก่อเหตุ (ด.ช.วัย 14 ปี) จะไม่ได้รับเงินเยียวยาตามกฎหมายฉบับนี้ ส่วนปู่และย่าของผู้ก่อเหตุ ทางครอบครัวยังคงสามารถได้รับการเยียวยาในฐานะทายาท