เปิดโซเชียล มีอยิงแฉเบาะแสก่อเหตุ เสพคอนเทนต์ความรุนแรง-ฆ่าตัวตาย ด้านเด็กนักเรียนออกโต้ข่าว “ขังในห้องน้ำ” ยืนยันป้าต่ายฟังข่าวปลอมมาพูด
จากกรณีเหตุกราดยิงเทพศิรินทร์ นนทบุรี ล่าสุดมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการตรวจสอบพฤติกรรมบนโลกออนไลน์ของผู้ก่อเหตุ สืบสวนและสังเกตการณ์บัญชีโซเชียลมีเดีย (TikTok) ก่อนที่จะถูกระงับการใช้งาน กลุ่มนักเรียนและผู้เฝ้าติดตามพบว่า ผู้ก่อเหตุมีการกดติดตาม (Follow) ช่องที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย (ฆตต.) และเรื่องราวเกี่ยวกับอาวุธปืนอย่างชัดเจน
มีพฤติกรรมชื่นชอบความรุนแรง เปิดดูสิ่งที่ไม่ควรดู โดยเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง และมีรสนิยมเฉพาะตัวบนโลกออนไลน์ ในการเข้าตรวจสอบบ้านพัก เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนยังพบว่ามีการติดธงสัญลักษณ์นาซีไว้ที่บ้านอีกด้วย
ข้อมูลดังกล่าวอาจชี้ให้เห็นว่า สภาพจิตใจ พฤติกรรมส่วนตัว และการเสพสื่อที่มีเนื้อหารุนแรงบนโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจก่อเหตุ
สำหรับกรณีคำให้การของ “ป้าต่าย” ชาวบ้านในพื้นที่ ที่เคยให้สัมภาษณ์สื่ออ้างว่าผู้ก่อเหตุมีความแค้นจากการถูกเพื่อนนำไปขังไว้ในห้องน้ำจนต้องจดรายชื่อไว้แก้แค้นนั้น ทางกลุ่มเด็กนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรีได้ทำการไลฟ์ผ่าน TikTok และโพสต์ข้อความชี้แจงข้อเท็จจริงอีกด้านแล้ว
ยืนยันว่าป้าต่ายไม่ได้เป็นแม่บ้านหรือบุคลากรของโรงเรียน และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรงเรียนแต่อย่างใด
ประเด็นเรื่องเด็กถูกทำร้าย ถูกบูลลี่ หรือถูกจับขังในห้องน้ำนั้น “ไม่เป็นความจริง” โดยข้อมูลที่ป้าต่ายนำมาพูดเป็นเพียงการรับฟังข่าวปลอม (Fake News) ที่แชร์ต่อๆ กันมาบนโซเชียลมีเดียเท่านั้น
แม้จะมีการป้องกันข่าวลือเรื่องการถูกขังในห้องน้ำ แต่จากการวิเคราะห์ข้อมูลญาติและคนใกล้ชิดพบว่า ผู้ก่อเหตุมีความกดดันสะสมเรื่องผลการเรียน เนื่องจากอาศัยอยู่กับปู่ย่าที่เคร่งครัดเรื่องการเรียนมาก เมื่อผลการเรียนตกต่ำจึงมักถูกต่อว่า ประกอบกับในวันเกิดเหตุมีเหตุการณ์สุ่มเลขที่ตอบคำถามในวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งผู้ก่อเหตุไม่ถนัด แม้ครูจะไม่ได้ลงโทษ แต่การถูกทักทายขณะเดินไปเข้าห้องน้ำอาจกลายเป็นจุดแตกหักทางอารมณ์ ร่วมกับสภาพจิตใจที่เสพสื่อความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่เหตุสลด