กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยการค้าไทยกับ 18 ประเทศคู่ FTA ช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 มูลค่า 243,669 ล้านดอลลาร์ หรือ 8,040 ล้านบาท ขยายตัว 21.8% โดยส่งออกโต 12.6% ขณะที่สิงคโปร์โตสูงสุด 74%
นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรก (มกราคม-มิถุนายน 2569) การค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่ FTA 18 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย เปรู และชิลี มีมูลค่า 243,669 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 21.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นสัดส่วน 57.3% ของการค้าไทยกับโลก
โดยไทยส่งออกไปประเทศคู่ FTA มูลค่า 105,494 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12.6% และไทยนำเข้าจากประเทศคู่ FTA มูลค่า 138,175 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 30.0% โดยกว่าครึ่งหนึ่งของการค้าไทยเป็นการค้ากับประเทศที่มี FTA ด้วย ซึ่งช่วยลดอุปสรรคทางการค้า สร้างความได้เปรียบด้านภาษี และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จีนคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย
ทั้งนี้ จีนยังคงเป็นคู่ค้า FTA สำคัญอันดับหนึ่งของไทย มูลค่าการค้ารวม 91,513 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วน 37.6% ของการค้ากับประเทศคู่ FTA ทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ ญี่ปุ่น มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญและมีบทบาทเป็นฐานการผลิตที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของประเทศ
สำหรับการส่งออกไปตลาด FTA ยังคงขยายตัวได้ดีในหลายประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 74.0% ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 43.9% สปป.ลาว เพิ่มขึ้น 36.4% มาเลเซีย เพิ่มขึ้น 27.0% เวียดนาม เพิ่มขึ้น 20.2% ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 12.9% และอินเดีย เพิ่มขึ้น 10.0%
ส่องสินค้าแรงหนุน ใช้สิทธิ FTA
นางสาวโชติมา กล่าวเพิ่มเติมว่า FTA ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกไทย ทั้งนี้ การขยายตัวดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากสินค้าศักยภาพหลายกลุ่ม โดยในกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง เพิ่มขึ้น 16.8% และไก่แปรรูป เพิ่มขึ้น 7.6%
ขณะที่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เพิ่มขึ้น 26.0% แผงวงจรไฟฟ้า เพิ่มขึ้น 20.6% คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 18.5% ผลิตภัณฑ์ยาง เพิ่มขึ้น 10.4% และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 3.8% สะท้อนถึงความต้องการสินค้าไทยทั้งกลุ่มเกษตร อาหาร และอุตสาหกรรมในตลาดคู่ FTA อย่างต่อเนื่อง
นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
“แม้การนำเข้าจากประเทศคู่ FTA จะขยายตัวในอัตราที่สูงกว่าการส่งออก แต่ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสินค้าที่สนับสนุนการลงทุนและการผลิต โดยกว่า 75% ของมูลค่าการนำเข้าจากประเทศคู่ FTA เป็นสินค้ากลุ่มวัตถุดิบ สินค้าขั้นกลาง และสินค้าทุน อาทิ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกล รวมถึงเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทย และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก” นางสาวโชติมา กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 กรมจะเดินหน้าขยายและยกระดับ FTA เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าใหม่และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเร่งผลักดันการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป ไทย-เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา ให้มีความคืบหน้าตามกรอบที่กำหนด ควบคู่กับการยกระดับความตกลงที่มีอยู่ อาทิ ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย รวมถึงผลักดัน FTA ไทย-เปรู ฉบับสมบูรณ์ไปสู่การลงนาม