จากรณีที่มีกระแสข่าวอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งปริมาณผลผลิตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านเชื้อเพลิง โดยเฉพาะการบังคับใช้ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อทิศทางการใช้น้ำมันปาล์มในประเทศ
โดยวันที่ 24 กันยายน 2569 จะเป็นกำหนดสำคัญของ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ เพราะหลังจากนั้นกลไกการอุดหนุนไบโอดีเซลอาจไม่สามารถดำเนินการในรูปแบบเดิมได้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างราคาน้ำมันไบโอดีเซล เนื่องจากหากไม่มีการอุดหนุน ราคาไบโอดีเซลอาจสูงกว่าน้ำมันดีเซล โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเปลี่ยนแปลง
กองทุนน้ำมันไขข้อสงสัย หลัง 24 ก.ย. ยังอุ้มไบโอดีเซลหรือไม่ เช็กเงื่อนไขล่าสุด
ต่อกรณีดังกล่าวแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจตาม มาตรา 55 ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาลที่มีการต่ออายุมาแล้ว 2 ครั้ง โดยบทเฉพาะกาลนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้สามารถช่วยเหลือได้แม้จะไม่เข้าเงื่อนไขวิกฤตเต็มตัว แต่เมื่อครบกำหนดวันที่ 24 ก.ย. 69 จะไม่สามารถใช้ช่องทางนี้ช่วยได้อีกหากไม่มีวิกฤตเกิดขึ้น
อย่างไรก็ดี ต้องเรียนว่าแม้พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวจะสิ้นสุด กองทุนน้ำมันฯก็ยังสามารถเข้าไปช่วยอุดหนุนช่วยเหลือในสภาวะวิกฤตได้ตามกฏหมาย หรือเรียกว่าเป็นเฉพาะกรณีการชดเชยเมื่อเกิดวิกฤตการณ์เท่านั้น แต่หากจะอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือโดยที่ไม่ได้อยู่ในสภาวะวิกฤต จะไม่สามารถทำได้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้
“หากเป็นเรื่องวิกฤตการณ์กฎหมายไม่มีวันหมดอายุ และยังสามารถให้ความช่วยเหลือไปได้เรื่อย ๆ โดยหลังวันที่ 24 ก.ย. 69 นี้ น้ำมันที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพจะถือว่าเป็นน้ำมันทั่วไป หากเกิดวิกฤตขึ้นมา รัฐก็ยังสามารถเข้าไปช่วยเหลือชดเชยได้ตามปกติ แต่หากราคาน้ำมันอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่มีวิกฤต จะไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยแบบทั่วไปได้“
อย่างไรก็ตาม หากถามว่าจะมีการต่ออายุพ.ร.บ. อีกหรือไม่เมื่อสิ้นสุดวันที่ 24 ก.ย. 69 น่าจะไม่มีอีกแล้ว เพราะมีการระบุอยู่ใน พ.ร.บ. แล้ว การจะไปแก้ไข พ.ร.บ. ไม่ใช่เรื่องง่าย และมองว่ายังไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องไปแก้เวลานี้