ใกล้ตัวคนไทย! เติมพลังนักวิ่ง ‘น้ำมะพร้าว’ ทำไมดีกว่า ‘เกลือแร่’
GH News August 26, 2026 06:11 PM
เผยประโยชน์เครื่องดื่มใกล้ตัวคนไทย สำหรับนักวิ่ง "น้ำมะพร้าว" ทำไมดีกว่า "น้ำเกลือแร่"

เครื่องดื่มเติมพลังสำหรับนักวิ่ง มีมากกว่า “น้ำเกลือแร่” และมันคือของใกล้ตัวคนไทย

“น้ำมะพร้าว” สามารถทดแทนสิ่งที่ร่างกายสูญเสียไปกับเหงื่อ เช่นเดียวกับ “น้ำเกลือแร่” แต่ว่าข้อดีกว่าคือ “น้ำมะพร้าว” สร้างสรรค์จากธรรมชาติ

น้ำมะพร้าวบริสุทธิ์ 1 แก้ว (240 มล.) ให้โพแทสเซียมประมาณ 600 มก., โซเดียม 252 มก., แมกนีเซียม 60 มก. และมีพลังงานเพียง 45 แคลอรีเท่านั้น

เทียบกับเครื่องดื่มเกลือแร่ทั่วไป ซึ่งมักมีน้ำตาลสูงถึง 34 กรัม แต่งสีและกลิ่นสังเคราะห์

ขณะที่น้ำมะพร้าวให้เกลือแร่จากธรรมชาติโดยไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง

จุดแตกต่างคือ ให้พลังงานต่ำกว่า, ปราศจากสารสังเคราะห์ และเติมความชุ่มชื้นเข้าสู่ระดับเซลล์ได้เร็วกว่าด้วยสมดุลแร่ธาตุตามธรรมชาติ

น้ำมะพร้าว 1 แก้วให้โพแทสเซียมมากกว่ากล้วยหอม 1 ลูก เสริมด้วยโซเดียม แมกนีเซียม และแคลเซียม

ซึ่ง โพแทสเซียมคือแร่ธาตุที่คนส่วนใหญ่ขาดแคลนมากที่สุด และเป็นแร่ธาตุที่เชื่อมโยงกับการเกิดตะคริวโดยตรง

ภาพจาก laguna phuket marathon ที่มีแจกน้ำมะพร้าวระหว่างทาง

1. เติมความชุ่มชื้นได้เร็วกว่าน้ำเปล่า : การดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียวขณะเหงื่อออกมากอาจทำให้ค่าโซเดียมในเลือดเจือจางลง (เกิดภาวะ Hyponatremia) ทำให้อ่อนเพลียกว่าเดิม แต่น้ำมะพร้าวจะช่วยปรับสมดุลเกลือแร่นำก่อน ทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำไปใช้ในจุดที่ถูกต้องได้ดีกว่า

2. ป้องกันตะคริว : ตะคริวเกิดจากสมดุลเกลือแร่ที่ผิดปกติ โดยเฉพาะโพแทสเซียมและแมกนีเซียม การดื่มน้ำมะพร้าวก่อนวิ่งยาว หรือจิบหลังวิ่งภายใน 1 ชั่วโมง จะช่วยลดโอกาสเกิดตะคริวได้

3. ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น : น้ำมะพร้าวมีสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ (รวมถึงไซโตไคนิน) ช่วยลดความเครียดอันเกิดจากการซ้อมหนัก และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบอ่อนๆ ช่วยฟื้นฟูร่างกายในระดับเซลล์

4. สบายท้อง ไม่มวนท้อง : นักวิ่งหลายคนมักเจอปัญหามวนท้องเมื่อดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่รสหวานจัด แต่น้ำมะพร้าวมีความเบา รสหวานอ่อนๆ และย่อยง่ายมาก ทำให้ของเหลวผ่านกระเพาะอาหารได้อย่างรวดเร็ว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการวิ่งระยะไกล

5. ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต : การออกกำลังกายแบบความทนทานสร้างความเครียดต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ โพแทสเซียมสูงในน้ำมะพร้าวจะช่วยให้ไตขับโซเดียมส่วนเกินและช่วยให้ผนังหลอดเลือดผ่อนคลาย ซึ่งช่วยสนับสนุนการทำงานของหัวใจให้แข็งแรง

6. มีน้ำตาลธรรมชาติที่ให้พลังงานอย่างพอเหมาะ : น้ำมะพร้าวมีน้ำตาลธรรมชาติประมาณ 9 กรัมต่อแก้ว ซึ่งเพียงพอที่จะเติมพลังให้กล้ามเนื้ออย่างนุ่มนวล โดยไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดผันผวนเหมือนเจลพลังงานหรือเครื่องดื่มหวานจัด

แฟ้มภาพ Getty Images

ทั้งนี้ น้ำมะพร้าว 1 แก้ว (240 มล.) มีโภชนาการดังนี้ พลังงาน ประมาณ 45 แคลอรี/โพแทสเซียม ประมาณ 600 มก. (17% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)/โซเดียม ประมาณ 252 มก./แมกนีเซียม ประมาณ 60 มก./น้ำตาลธรรมชาติ ประมาณ 9 กรัมไขมัน/คอเลสเตอรอล 0 กรัม

ก่อนวิ่ง (30-45 นาที) : ดื่มประมาณ 200-300 มล. เพื่อสำรองเกลือแร่ ลดโอกาสการเกิดตะคริว (ควรหลีกเลี่ยงการดื่มทันทีก่อนออกวิ่ง เพื่อให้เวลาร่างกายดูดซึม)

ระหว่างวิ่ง (เกิน 60-75 นาทีขึ้นไป) : จิบทีละน้อยทุกๆ 20-25 นาที เพื่อทดแทนเหงื่อที่เสียไป โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนจัด

หลังวิ่ง (ภายใน 30 นาที) : ช่วงเวลานี้ดีที่สุด ดื่มประมาณ 300-500 มล. เพื่อทดแทนเกลือแร่และน้ำตาลที่เสียไป ควบคู่กับการทานอาหารที่มีโปรตีนเพื่อการฟื้นฟูที่สมบูรณ์แบบ

อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวัง ผู้ป่วยโรคไตควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มเนื่องจากมีโพแทสเซียมสูง และนักวิ่งอัลตรามาราธอนที่เสียเหงื่อหนักมากในสภาพอากาศร้อน อาจต้องเสริมโซเดียมเพิ่มเติมเนื่องจากน้ำมะพร้าวมีโซเดียมไม่สูงเท่าเครื่องดื่มสูตรเฉพาะ

ข้อมูลจาก : https://www.therunningweek.com/

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.