ดร.อ๊ก ค้านฟรีซเงินเดือนข้าราชการ ชี้เสี่ยงคนเก่งสมองไหล
GH News September 10, 2026 12:10 PM

ร้อยเอกหญิง ดร.ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร หรือ ดร.อ๊ก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แสดงความคิดเห็นต่อกระแสเสนอชะลอการขึ้นเงินเดือนข้าราชการเป็นเวลา 1-2 ปี เห็นด้วยว่ารัฐต้องรักษาวินัยการคลัง แต่ไม่เห็นด้วยกับการใช้มาตรการแบบครอบคลุมข้าราชการทุกคน เนื่องจากอาจสร้างผลกระทบระยะยาวต่อประสิทธิภาพของภาครัฐ

ข้อถกเถียงเริ่มจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระ 2 และ 3 นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เสนอให้ตัดงบกลางประมาณ 25,000 ล้านบาท

วงเงินที่นายวีระเสนอให้ปรับลดแบ่งเป็นงบแก้ปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมถึงรองรับความผันผวนของราคาพลังงาน 12,000 ล้านบาท กับงบสำหรับเลื่อนเงินเดือนและปรับวุฒิข้าราชการอีกประมาณ 13,000 ล้านบาท

นายวีระยังเสนอให้รัฐบาลพิจารณางดขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 1-2 ปี เพื่อเปิดพื้นที่ทางการคลังและให้บุคลากรภาครัฐร่วมรับภาระในช่วงที่ประเทศเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อเสนอในการอภิปราย ไม่ใช่มติรัฐบาลหรือคำสั่งที่มีผลบังคับใช้แล้ว

ข้าราชการไม่ใช่เพียงต้นทุนในบัญชี

ร.อ.หญิง ดร.ภัทร์ดารัสมิ์ มองว่า การพิจารณาค่าตอบแทนข้าราชการไม่ควรมองเฉพาะตัวเลขรายจ่าย เนื่องจากข้าราชการเป็นกลไกที่ใช้อำนาจรัฐและมีความรับผิดชอบตามกฎหมายหลายด้าน

การตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นนิติกร เจ้าหน้าที่จัดซื้อจัดจ้าง เจ้าหน้าที่ภาษี แพทย์ ครู ตำรวจ หรือฝ่ายปกครอง ล้วนมีผลต่อสิทธิของประชาชนและประโยชน์สาธารณะโดยตรง ค่าตอบแทนจึงต้องพิจารณาควบคู่กับหน้าที่ ความเชี่ยวชาญ และความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน

ข้าราชการบางสายงานได้รับค่าตอบแทนต่ำกว่าภาคเอกชน แต่ต้องรับผิดทั้งทางวินัย ทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง การลงนามหรืออนุมัติงานเพียงครั้งเดียวอาจกระทบตำแหน่ง ชื่อเสียง และเส้นทางการทำงาน หากเกิดความผิดพลาดหรือเข้าข่ายความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่

เสนอปรับโครงสร้างคนแทนฟรีซเงินเดือนทั้งระบบ

หากรัฐบาลต้องการลดภาระงบบุคลากร ดร.อ๊กเสนอให้เริ่มจากการทบทวนโครงสร้างกำลังคน ตรวจสอบว่าตำแหน่งใดยังจำเป็น ตำแหน่งใดทำงานซ้ำซ้อน และงานประเภทใดสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้

ตำแหน่งที่หมดความจำเป็นหลังเจ้าหน้าที่เกษียณอาจไม่ต้องเปิดรับคนใหม่โดยอัตโนมัติ ขณะที่หน่วยงานควรรักษาบุคลากรในสายงานซึ่งขาดแคลนหรือมีความเชี่ยวชาญสูงไว้

แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดรายจ่ายประจำในระยะยาวโดยไม่กระทบข้าราชการทั้งหมด ต่างจากการแช่แข็งการขึ้นเงินเดือนแบบเหมารวม ซึ่งอาจทำให้คนทำงานที่มีผลงานดีต้องรับผลกระทบเช่นเดียวกับตำแหน่งที่ไม่มีประสิทธิภาพ

ห่วงคนเก่งไหลออกจากราชการ

ดร.อ๊กเตือนว่า การไม่ขึ้นเงินเดือนในช่วงที่ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น เท่ากับทำให้รายได้ที่แท้จริงของข้าราชการลดลง แม้ตัวเลขเงินเดือนในบัญชีจะยังเท่าเดิม

ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่ที่กำลังซื้อ แต่อาจทำให้หน่วยงานรัฐแข่งขันกับภาคเอกชนได้ยากขึ้น โดยเฉพาะการดึงดูดและรักษาแพทย์ วิศวกร นักกฎหมาย นักเศรษฐศาสตร์ นักบัญชี รวมถึงบุคลากรด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์

หลายสายอาชีพมีทางเลือกย้ายไปทำงานกับบริษัทเอกชนซึ่งเสนอค่าตอบแทนสูงกว่า หากรัฐลดแรงจูงใจทางการเงินโดยไม่คำนึงถึงความขาดแคลนของแต่ละวิชาชีพ อาจทำให้หน่วยงานสูญเสียคนที่มีความสามารถและต้องใช้เวลานานในการสร้างคนขึ้นมาทดแทน

ในมุมกฎหมายมหาชน ดร.อ๊กเห็นว่ามาตรการของรัฐต้องเหมาะสมกับขนาดและต้นเหตุของปัญหา การให้ข้าราชการทั้งระบบรับภาระเท่ากัน โดยไม่แยกตามผลงาน รายได้ ความเชี่ยวชาญ หรือความจำเป็นของตำแหน่ง อาจไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ตรงเป้า

เธอสรุปแนวทางไว้ว่า หากปัญหาเกิดจากการทุจริตก็ควรจัดการผู้กระทำผิด หากบุคลากรมีจำนวนมากเกินความจำเป็นก็ควรปรับโครงสร้าง และหากงบบุคลากรสูงก็ควรตรวจสอบว่าตำแหน่งใดควรคงไว้หรือลดลง

การรักษาวินัยการคลังจึงต้องเดินไปพร้อมกับระบบคุณธรรมและความสามารถของภาครัฐ เพราะหากหน่วยงานราชการอ่อนแอลง ผู้ที่ได้รับผลกระทบในท้ายที่สุดย่อมหนีไม่พ้นประชาชน

ดร.อ๊กจึงมองว่า การฟรีซเงินเดือนอาจช่วยลดรายจ่ายได้ในระยะสั้น แต่ไม่ใช่คำตอบที่เหมาะสมสำหรับการแก้ปัญหาโครงสร้าง และอาจสร้างต้นทุนด้านบุคลากรที่สูงกว่าในอนาคต

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.