เมื่อวันที่ 10 ก.ย.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งติดภารกิจสำคัญที่ประเทศนอร์เวย์ เป็นประธานมอบโอวาทให้กับนักกีฬาทีมชาติไทย, เจ้าหน้าที่ และผู้บริหารสมาคมกีฬา ก่อนเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยะ จังหวัดประเทศญี่ปุ่น โดยมี ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ พร้อมคณะผู้บริหารคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศฯ และผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เข้าร่วม
นายสุรศักดิ์ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับนักกีฬาไทยที่จะเป็นตัวแทนไปเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ พร้อมทั้งฝากให้ทำหน้าที่เป็นทูตวัฒนธรรม นำขนบธรรมเนียม เอกลักษณ์อันดีงามไปไปสู่สายตานานาชาติ และยังย้ำด้วยว่าการแข่งขันกีฬา ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของเรื่องชัยชนะเป็นที่ปรารถนาของนักกีฬาและคนไทย แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความมีน้ำใจนักกีฬา เคารพกติกาและให้เกียรติคู่แข่ง ต้องรู้จักแพ้ รู้จักชนะ ยินดีกับผู้ชนะ และให้กำลังใจกับผู้แพ้ ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาไทยหรือไม่ต้องต้องระลึกเสมอว่าไปแข่งขันกีฬาเพื่อสร้างมิตรภาพ ไม่ใช่สร้างศัตรู
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวสายกีฬา ที่ร่วมทำข่าวในวันนี้ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหูว่า ทุกครั้งที่นักกีฬาไทยเข้ารับโอวาทกับผู้แทนรัฐบาล ก่อนไปลุยมหกรรมกีฬาใหญ่นั้น ในเบื้องต้นรัฐบาลจะมีการจัดเลี้ยงอาหารว่างไว้ด้วย อาทิ ขนม, เครื่องดื่ม, กาแฟ หรือน้ำดื่ม แต่ครั้งนี้กลับไม่มีแม้กระทั่งน้ำดื่ม ไว้เตรียมรองรับนักกีฬาแต่อย่างใด จนหลายคนสงสัยและตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ขณะเดียวกัน รัฐบาลชุดนี้ย้ำมาเสมอว่าให้ความสำคัญกับนักกีฬาและมีนโยบายสนับสนุนนักกีฬาไทยชนิดอย่างเต็มที่ แม้ครั้งนี้ทางนายกรัฐมนตรี จะติดภารกิจสำคัญของประเทศ แต่ก็น่าจะสั่งการให้นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลงานด้านการกีฬา มามอบโอวาทแทนก็ได้ เพราะถือเป็นผู้ดูแลกีฬาโดยตรง เข้าใจว่าภารกิจอาจจะเยอะ แต่งานกีฬาก็สำคัญเช่นกัน ขนาดนักกีฬายังต้องงดซ้อม ต้องตื่นแต่เช้า ต้องนั่งรถเดินทางมาไกลและต้องเหน็ดเหนื่อยเพิ่มขึ้นเพื่อมางานนี้ แต่การต้อนรับกลับไม่สมเกียรติกับการเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย แต่อย่างใด