ทนายเผยปม รัวหมัดสาวเพื่อนบ้าน ยันไม่ได้วางกล่องโฟมขวางทาง จ่อฟ้องกลับ
GH News September 15, 2026 12:10 PM

ทนายความคู่กรณี เปิดใจปมฟิวส์ขาดรัวหมัดใส่สายเพื่อนบ้าน ยันไม่ได้วางกล่องโฟมขวางทาง อ้างคู่กรณีด่าเสียหาย จ่อฟ้องกลับ

จากกรณีหญิงอายุ 38 ปี ร้องเรียนหลังถูกเพื่อนบ้านซึ่งประกอบอาชีพทนายความ ทำร้ายร่างกายด้วยการใช้ขวดฟาดศีรษะและชกต่อยจนได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อหน้าลูกชายวัย 5 ขวบ จนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลนั้น ล่าสุดฝ่ายทนายความได้เปิดใจเล่าเหตุการณ์ในมุมของตนเอง

ทนายรายนี้เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุช่วงเย็น หลังเลิกงานได้เดินทางไปซื้ออาหารสดที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้าน มูลค่าประมาณ 1,000 บาท เพื่อนำมาทำอาหารให้ภรรยาทาน ระหว่างจอดรถขนของบริเวณถนนส่วนกลางหน้าบ้าน สังเกตเห็นรถของคู่กรณีถอยเข้ามาประชิดในระยะที่มองว่าไม่ปลอดภัย ทั้งที่อีกฝ่ายเห็นว่าตนกำลังยืนอยู่บริเวณนั้น

ประกอบกับเคยไปลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับพฤติกรรมการขับรถของคู่กรณีไว้แล้วเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา เนื่องจากเคยมีเหตุรถเกือบชนตนมาก่อน จึงนำลังใส่ของมาวางกั้นเป็นสัญลักษณ์เตือนไม่ให้รถเข้ามาใกล้ ก่อนรีบขนอาหารสดเข้าบ้าน

ต่อมาเกิดเสียงดังโครม เนื่องจากรถของคู่กรณีขับทับลังอาหารสดที่เตรียมนำมาทำอาหารเสียหาย ทนายรายนี้จึงเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาช่วยระงับเหตุ แต่คู่กรณีกล่าวหาว่าตนเป็นคนเอาลังมาเตะรถ พร้อมมีคำพูดเหยียดหยาม ทำให้เหตุการณ์บานปลายจนเกิดการโต้เถียงและลงมือทำร้ายร่างกาย

โดยยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจวางกล่องโฟมเพื่อกลั่นแกล้งคู่กรณี เพราะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนส่วนตัว จุดที่คู่กรณีจอดรถประจำก็ไม่ใช่หน้าบ้านของคู่กรณีเอง ซึ่งเคยมีการร้องเรียนเรื่องนี้มาก่อนแล้วเช่นกัน ส่วนคลิปเหตุการณ์ที่ถูกเผยแพร่ออกไป ทนายรายนี้ระบุว่ายังไม่ผ่านการตรวจสอบจากพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และมองว่ามีการนำข้อมูลส่วนบุคคลออกเผยแพร่โดยไม่ได้รับความยินยอม

อีกทั้งอาจมีการปรับช่วงเวลาของคลิปจนทำให้เหตุการณ์ดูยาวนานหรือรุนแรงเกินความเป็นจริง ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบ หากพบข้อมูลใดเป็นเท็จจะดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกล่าวขอโทษประชาชนต่อภาพความรุนแรงที่ปรากฏ ยืนยันว่าตนไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลและไม่สนับสนุนความรุนแรง

ทนายรายนี้ยังชี้แจงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นข้อพิพาทส่วนบุคคลระหว่างเพื่อนบ้าน ไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรหรือสถาบันวิชาชีพทนายความ และไม่เคยนำคำว่าทนายความมาแอบอ้างในกรณีนี้ ระบุว่าตนประกอบอาชีพทนายความมานานกว่า 15 ปี

พร้อมเปิดเผยว่าจะนำภาพจากกล้องวงจรปิดและคลิปเสียงที่บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวนใช้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังระบุว่าจะดำเนินคดีกับทางนิติหมู่บ้านในวันที่ 13 กันยายน ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 397 กรณีถ่ายภาพตนโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับความเสียหายของตนเอง ทนายรายนี้ระบุว่าได้รับบาดเจ็บเช่นกัน โดยแพทย์ลงความเห็นว่ามีอาการกล้ามเนื้ออักเสบบริเวณขมับขวา แก้มขวา คาง แขนขวา และเท้าขวา อีกทั้งมีทรัพย์สินเสียหาย ได้แก่ เสื้อคอปกเสียทรง สร้อยคอทองคำหลวงปู่ทวดวัดช้างไห้เส้นทองบิดเบี้ยว และรองเท้าได้รับความเสียหาย

โดยเรื่องทั้งหมดอยู่ระหว่างกระบวนการของพนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง ส่วนสาเหตุที่ชาวบ้านหลายรายไม่ชอบตนนั้น ทนายรายนี้ระบุว่าน่าจะมาจากการเคยร้องเรียนเรื่องเพื่อนบ้านเสียงดังตั้งแต่ปี 2561 จนเคยถูกกลุ่มคนมารุมด่าขับไล่ให้ออกจากหมู่บ้าน

ด้านนายธนินท์ธร ภูมราช หรือทนายกาย สมาชิกสภาเทศบาลเมืองท่าอิฐ รองประธานสภาทนายความจังหวัดนนทบุรี ซึ่งรู้จักกับทนายผู้ก่อเหตุเป็นการส่วนตัว เปิดเผยว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังได้พูดคุยส่วนตัวแล้วมองว่าเป็นการกระทำส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพทนายความ

พร้อมฝากว่าอย่าเหมารวมทนายความทั้งวงการ เพราะทนายความก็อยู่ภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกับประชาชนทุกคน ส่วนกระบวนการทางกฎหมายจะเป็นไปตามขั้นตอนของพนักงานสอบสวน และหากผู้เสียหายต้องการร้องเรียนเรื่องมรรยาททนายความ สามารถเข้าร้องเรียนได้ที่สภาทนายความจังหวัดนนทบุรีหรือสภาทนายความส่วนกลาง

ที่มา: โหนกระแส

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.