ตั้งแต่การใช้ช่วงเวลาเปลี่ยนตัวมากเกินกำหนด ไปจนถึงปัญหาต่างหูและกรณีถุงเท้าสีชนกันแบบน่าอึดอัด WSL ต้องเผชิญกับความปวดหัวเรื่องกฎระเบียบมาไม่น้อยตลอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมา
ฟุตบอลหญิงซูเปอร์ลีก ต้องเจอกับปัญหาที่ไม่ธรรมดาอีกครั้ง หลัง คริสตัล พาเลซ ใช้ช่วงเวลาเปลี่ยนตัว 4 ครั้งในเกมเปิดฤดูกาลที่พวกเขาเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0
ทีมดิ อีเกิลส์ ละเมิดข้อบังคับที่กำหนดให้แต่ละทีมใช้ช่วงเวลาเปลี่ยนตัวได้ไม่เกิน 3 ครั้งต่อแมตช์ เมื่อ คริสตี้ โฮวัต ถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 7 ของช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทั้งที่ พาเลซ ใช้โควตาช่วงเวลาเปลี่ยนตัวครบไปแล้วก่อนหน้านั้น
นี่เป็นความผิดพลาดล่าสุดในชุดเหตุการณ์ที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทั้งด้านกฎระเบียบและการบริหารจัดการ ซึ่งเกิดขึ้นกับ WSL ในช่วงไม่กี่ฤดูกาลหลังสุด
พาเลซเปลี่ยนตัวในนาทีที่ 62, 83 และ 90 ก่อนที่กุนซือ โจ พอตเตอร์ จะส่ง โฮวัต ลงสนามในนาทีที่ 7 จากช่วงทดเวลาทั้งหมด 8 นาที
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้เล่นสำรองที่ พาเลซ ใช้งาน แต่อยู่ที่จำนวนช่วงเวลาแยกกันที่มีการเปลี่ยนตัวเกิดขึ้น โดยกฎของ WSL เช่นเดียวกับพรีเมียร์ลีก อนุญาตให้แต่ละทีมใช้ช่วงเวลาเปลี่ยนตัวได้สูงสุด 3 ครั้งระหว่างการแข่งขัน
ลีกยืนยันแล้วว่ามีการสอบสวนในกรณีนี้ โดยเกี่ยวข้องกับทั้งสองสโมสรและองค์กรผู้ตัดสิน โปร เรฟ ซึ่งเดิมคือ พีจีเอ็มโอแอล ขณะที่มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ประจำการแข่งขัน รวมถึงผู้ตัดสิน เมแกน วิลสัน ถูกพักจากการทำหน้าที่ในโปรแกรมนัดถัดไป
การทำผิดกฎเปลี่ยนตัวดังกล่าวไม่มีบทลงโทษอัตโนมัติ เนื่องจากไม่เคยมีบรรทัดฐานมาก่อน คริสตัล พาเลซ อาจถูกส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการอิสระ ซึ่งมีอำนาจตั้งแต่การตักเตือนหรือปรับเงิน ไปจนถึงการตัดแต้ม หรือบทลงโทษทางกีฬาในรูปแบบอื่น
เหตุการณ์นี้ถือว่าแปลกพอสมควรจนแทบไม่มีกรณีตัวอย่างในฟุตบอลลีกอังกฤษ
แม้จะเคยมีกรณีทีมใช้ผู้เล่นสำรองเกินจำนวนในฟุตบอลถ้วย แต่ในเกมลีกยังไม่มีบรรทัดฐานร่วมสมัยเกี่ยวกับการใช้ช่วงเวลาเปลี่ยนตัวเกินกำหนด
ท้ายที่สุดแล้ว บทลงโทษที่เป็นไปได้มากที่สุดอาจเป็นการปรับเงิน โดยเฉพาะเมื่อ พาเลซ นำอยู่แล้ว 1-0 ในตอนที่มีการเปลี่ยนตัวเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม กรณีนี้จะเป็นบททดสอบที่น่าสนใจว่า WSL จะจริงจังกับการละเมิดกฎของตัวเองเพียงใด และความรับผิดชอบจะตกอยู่กับสโมสรมากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับเจ้าหน้าที่ประจำการแข่งขัน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กฎซึ่งดูตรงไปตรงมาพอสมควร กลับทำให้ทีมใน WSL พลาดท่า
เมื่อเดือนมกราคม หลังย้ายมาจาก ยูเวนตุส เอสแตลล์ กัสการิโน ของ เวสต์แฮม ถูกปฏิเสธโอกาสประเดิมสนามในเกมพบ เชลซี เพราะเธอสวมต่างหูที่ไม่สามารถถอดออกได้
แข้งทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้ใช้เทปปิดรอยเจาะเอาไว้ แต่กฎของสมาคมฟุตบอลอังกฤษระบุชัดว่าเครื่องประดับจะต้องถูกถอดออก และไม่อนุญาตให้ใช้การแปะเทปเป็นทางเลือกแทน
ริต้า กวาริโน กุนซือ เวสต์แฮม แสดงความไม่พอใจหลังทราบว่า กัสการิโน ไม่สามารถลงสนามได้ โดยเฉพาะเมื่อกองหลังรายนี้เคยลงเล่นในแชมเปียนส์ลีกทั้งที่ใช้เทปปิดต่างหูมาแล้ว
ฟารา วิลเลียมส์ อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ อธิบายเรื่องนี้ว่าเป็น “ความผิดพลาดระดับเด็กนักเรียน” ขณะที่ เนีย โจนส์ อดีตกองหลังทีมชาติเวลส์ เรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “ละครสัตว์เต็มรูปแบบ”
ท้ายที่สุด เวสต์แฮม แพ้ไป 5-0 ทำให้เรื่องต่างหูกลายเป็นเพียงเชิงอรรถอันน่าเสียดายของช่วงบ่ายที่ยากลำบาก
จากนั้นยังมีกรณีอื้อฉาวเรื่องถุงเท้าสีชนกันในเดือนมีนาคม 2024
ถุงเท้าสีขาวของ อาร์เซนอล ถูกมองว่าคล้ายกับของ เชลซี มากเกินไป ทำให้ทีมเยือนต้องหาอุปกรณ์ทางเลือกทั้งที่เดินทางมาถึง สแตมฟอร์ด บริดจ์ แล้ว และเมื่อไม่มีชุดสำรองที่เหมาะสมพร้อมใช้งานทันที เจ้าหน้าที่ของ อาร์เซนอล จึงต้องไปซื้อถุงเท้าสีดำจากร้านสโมสรของ เชลซี และใช้เทปปิดโลโก้เดอะบลูส์เอาไว้
การเขี่ยบอลเริ่มเกมต้องล่าช้าออกไป 30 นาที ในแมตช์ที่มีผู้ชมเกมเหย้าของ เชลซี ทีมหญิง สูงเป็นสถิติ ณ เวลานั้นจำนวน 32,970 คน
คาเรน คาร์นีย์ อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ ระบุว่าสถานการณ์นี้ “น่าอับอาย” ขณะที่ เอ็มมา เฮย์ส กล่าวว่าเธอ “เสียใจมาก” แทนช่างชุดแข่งของ อาร์เซนอล
แม้เหตุการณ์ก่อนหน้านี้จะไม่ได้เปลี่ยนผลการแข่งขันโดยตรง แต่ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่ายังมีความจำเป็นอย่างต่อเนื่องที่ลีกต้องยกระดับความเป็นมืออาชีพในช่วงเวลาเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม การทำผิดกฎของ พาเลซ อาจถูกมองว่ามีผลกระทบโดยตรงต่อผลการแข่งขัน และตอนนี้ทีมดิ อีเกิลส์ คงทำได้เพียงรอดูว่าอะไรจะเป็นผลตามมาจากความปวดหัวเรื่องกฎระเบียบครั้งล่าสุดของ WSL