เรอัล มาดริด ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ยิงประตูได้ทัดเทียมจังหวะถล่มตาข่ายของฤดูกาลประวัติศาสตร์ 2011/12
นภาพร วงศ์สุวรรณ September 15, 2026 01:33 PM

เรอัล มาดริด ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ออกสตาร์ตฤดูกาล 2026/27 ได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ยังไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นเครื่องจักรที่ไร้ข้อผิดพลาด

ในบางช่วงพวกเขาสามารถกดดันคู่แข่งอย่างหนักและยิงประตูได้อย่างต่อเนื่อง แต่ในอีกหลายจังหวะก็ยังมีช่วงที่ผ่อนเกมลงและลดความดุดันไป

ตัวอย่างเช่นในเกมกับ ราโย บาเยกาโน่ พวกเขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมตลอด 45 นาทีแรก ก่อนจะมีอีก 25 นาทีที่ต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้นและเล่นด้วยความเข้มข้นที่ลดลง

ชัยชนะนัดล่าสุดเหนือ ราโย ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ยอดรวมประตูของทีมขยับเป็น 16 ลูกจาก 6 นัดในทุกรายการ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกิดขึ้นเพียงสามครั้งเท่านั้นในช่วงสิบปีหลัง ตามการเปิดเผยของ อาส

ทีมล่าสุดก่อนหน้านี้ที่ทำได้ดีกว่าคือ เรอัล มาดริด ชุดฤดูกาล 2016/17 ซึ่งยิงได้ 17 ประตูในช่วงเวลาเดียวกัน

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ครั้งล่าสุดที่ เรอัล มาดริด เริ่มต้นฤดูกาลด้วยอัตราการทำประตูในบ้านใกล้เคียงแบบนี้ ต้องย้อนกลับไปถึงฤดูกาล 2011/12 ในช่วงแรกที่ มูรินโญ่ คุมสโมสร โดยทีมชุดนั้นยิงได้ 15 ประตูจาก 6 เกมเหย้านัดแรก

นั่นคือฤดูกาล ลา ลีกา อันโด่งดังที่ทำลายสถิติ ซึ่งจบลงด้วยการที่ เรอัล มาดริด เก็บได้ 100 คะแนน และยิงรวม 121 ประตู

ฤดูกาลนี้ เรอัล มาดริด ยิงไปแล้ว 16 ประตู

ทีมชุดปัจจุบันกำลังเดินด้วยความเร็วระดับเดียวกัน แม้ มูรินโญ่ จะรู้ดีว่าการออกตัวสวยไม่ได้มีความหมายมากนัก หากท้ายที่สุดไม่มีถ้วยรางวัลติดมือ ถึงกระนั้น ผลงานช่วงต้นฤดูกาลครั้งนี้ก็ยังดีกว่าที่ทีมประวัติศาสตร์ชุดนั้นเคยทำไว้

ในฤดูกาล 2011/12 พวกเขาเริ่มต้นด้วยการเสมอ บาร์เซโลน่า ในศึก สแปนิช ซูเปอร์ คัพ ก่อนจะตามมาด้วยความพ่ายแพ้ต่อ เลบันเต้ 1-0

แต่ครั้งนี้ เรอัล มาดริด ชนะไปแล้ว 5 จาก 6 นัด โดยความสะดุดเพียงครั้งเดียวเกิดขึ้นในเกมกับ เรอัล เบติส ที่พวกเขาแพ้ 1-0

ความพ่ายแพ้นัดนั้นมีสาเหตุสำคัญจากการเซฟอันยอดเยี่ยมของ อัลบาโร่ บาเยส รวมถึงความล้มเหลวของทัพราชันชุดขาวในการเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตู โดยเฉพาะจุดโทษช่วงท้ายเกมของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่หากเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้ก็อาจช่วยให้ทีมมีแต้มกลับออกมา

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มองข้ามไม่ได้คือข้อเท็จจริงที่ว่า เรอัล มาดริด ยังมีประสิทธิภาพในการส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายไม่มากพอ

ในเกมกับ เรอัล เบติส พวกเขาสร้างค่า xG ได้ถึง 3.16 แต่กลับยิงไม่ได้เลยแม้แต่ประตูเดียว ขณะที่ภาพรวมค่า xG ของทีมก็สะท้อนชัดว่าพวกเขากำลังปล่อยโอกาสทองหลุดลอยไปมากเพียงใด

จากข้อมูลที่ บีซอคเกอร์ โปร มอบให้กับ อาส ระบุว่า เรอัล มาดริด มีสมดุล xG ที่แย่ที่สุดใน ลา ลีกา แบบทิ้งห่างทีมอื่นพอสมควร

มูรินโญ่ ไม่ได้กังวลกับโอกาสที่ถูกใช้เปลืองไป

พวกเขายิงได้ 14 ประตูในลีก แต่เมื่อพิจารณาจากคุณภาพของโอกาสที่สร้างขึ้นแล้ว ทีมควรจะทำได้มากกว่านั้นอีก 5.92 ประตู

พูดอีกแบบคือ หากความเฉียบคมในการจบสกอร์สอดคล้องกับจำนวนโอกาสที่สร้างได้ เรอัล มาดริด ก็น่าจะขยับเข้าใกล้ 20 ประตูในลีกไปแล้ว

เมื่อเทียบกับ บาร์เซโลน่า ความแตกต่างยิ่งเห็นได้ชัด ทีมของ ฮันซี่ ฟลิค ยิงได้ 21 ประตูจากการยิงทั้งหมด 96 ครั้ง ซึ่งในนั้นเป็นการยิงตรงกรอบ 42 ครั้ง ขณะที่ทีมของ มูรินโญ่ ต้องใช้การยิงถึง 104 ครั้ง และยิงตรงกรอบ 46 ครั้ง แต่กลับทำประตูได้น้อยกว่าถึง 7 ลูก

นั่นทำให้อัตราเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูของ เรอัล มาดริด อยู่ที่ 13.5% เทียบกับ 21.9% ของ บาร์เซโลน่า

อย่างไรก็ดี สำหรับ มูรินโญ่ แล้ว ตัวเลขเหล่านี้กลับเป็นสัญญาณเชิงบวกมากกว่าน่ากังวล

เขากล่าวหลังชัยชนะ 4-1 เหนือ ราโย ว่า “พวกเรายิงได้เยอะ แต่ขณะเดียวกันก็พลาดโอกาสกันมากเหลือเกิน”

“ผมบอกกับคนของผมว่า สักวันหนึ่งจะต้องมีทีมที่ชดใช้กับโอกาสที่เราพลาดไปทั้งหมด วันหนึ่งเราจะยิงได้หกหรือเจ็ดประตู”

กุนซือชาวโปรตุเกสมองว่าปัญหาเรื่องการจบสกอร์เป็นเพียงเรื่องชั่วคราว มากกว่าจะเป็นประเด็นใหญ่ที่ต้องนำมากังวลอย่างจริงจัง

ตามรายงาน ข้อความของเขาชัดเจนและตรงไปตรงมา นั่นคือทีมต้องมีสมาธิมากขึ้น อดทนมากขึ้น และนิ่งมากขึ้นเมื่ออยู่หน้าปากประตู

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.