CIO ร้องรักษาการปธน.เปิดทางจับกุม ‘ยุน ซอกยอล’ หัวหน้าหน่วยรปภ.ปัดให้ปากคำตำรวจ
สำนักงานสอบสวนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูง (CIO) ร้องขอให้นายชเวล ซังม็อก รักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เปิดทางให้ทำการจับกุมนายยุน ซอกยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ที่ถูกสภาลงมติถอดถอน และต้องระงับการปฎิบัติหน้าที่หลังประกาศกฎอัยการศึกเมื่อต้นเดือนธันวาคม ที่ส่งผลให้การเมืองเกาหลีใต้ตกอยู่ในความวุ่นวายมานับแต่นั้น
เมื่อวันที่ 3 มกราคม CIO และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สนธิกำลังกันเพื่อเข้าจับกุมนายยุนตามหมายจับ หลังจากที่เขาปฎิเสธที่จะมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ แต่หน่วยรักษาความปลอดภัยประธานาธิบดีเกาหลีใต้ (PSS) ซึ่งมีนายพัค ซองจุน เป็นหัวหน้า ร่วมกับทหารได้ขัดขวางไม่ให้อัยการจับกุมนายยุน โดยทั้งสองฝ่ายได้เผชิญหน้ากันนานถึง 6 ชั่วโมงในทำเนียบประธานาธิบดี ก่อนที่เจ้าหน้าที่สืบสวนจะล่าถอยออกไป
CIO ได้ร้องขอให้นายชเว ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลังด้วย สั่งการให้ PSS ให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามหมายจับอีกครั้ง อย่างไรก็ดี โฆษกกระทรวงการคลังเกาหลีใต้ปฎิเสธที่จะแสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าว
นายพัค ซึ่งมีหน้าที่รายงานตรงต่อประธานาธิบดียุน ตกเป็นเป้าความสนใจท่ามกลางวิกฤตทางการเมืองของเกาหลีใต้ โดยเขามีบทบาทสำคัญในการปฎิเสธความพยายามของเจ้าหน้าที่สืบสวนที่จะจับกุมยุน
พัคเพิ่งได้รับการแต่งตั้งโดยยุนในเดือนกันยายนระบุในข้อความบนเว็บไซต์ของหน่วยงานว่า PSS มีอยู่เพื่อความปลอดภัยของประธานาธิบดีเท่านั้น และภารกิจในการปกป้องประธานาธิบดีในทุกๆ ช่วงเวลา จะต้องไม่ปล่อยให้มีช่องโหว่เกิดขึ้น
รายงานข่าวเผยว่า พัคอ้างเหตุผลดังกล่าวเพื่อปฎิเสธความพยายามในการจับกุมยุนเม่อวันศุกร์ โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่สอบสวนดำเนินการเกินกว่าขอบเขตของกฎหมายความมั่นคง และยังทำร้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบางคนด้วย
ด้านนักวิชาการแสงดความกังวลว่า การกระทำของนายพัคต่างหากที่มากเกินไป นายฮัน ซึงฮุน ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายเกี่ยวกับการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจจากมหาวิทยาลัยดงชิน กล่าวว่า หน่วยรักษาความปลอดภัยของประธานาธิบดีเป็นสถาบันอันตรายที่อาจทำหน้าที่เกินการควบคุม เพราะมีเพียงประธานาธิบดีเท่านั้นที่มีอำนาจควบคุมหน่วยงานดังกล่าว PSS จึงสามารถใช้อำนาจในทางมิชอบและกลายเป็นกองทัพส่วนตัวของประธานาธิบดีได้
CIO ระบุว่า จำเป็นต้องยุติการดำเนินการตามหมายจับในวันศุกร์เนื่องจากเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะประสบเหตุอันตราย เพราะเจ้าหน้าที่ของ PSS และกองกำลังภายใต้การควบคุมมีจำนวนมากกว่าเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปทำการจับกุม
เมื่อวันที่ 3 มกราคม ตำรวจระบุว่าจะทำการสอบสวนนายพัคในข้อหาขัดขวางกระบวนการยุติธรรม และขอให้เขามาปรากฎตัวเพื่อสอบปากคำ แต่พักปฎิเสธโดยอ้างว่า เขาไม่สามารถหยุดงานได้แม้แต่นาทีเดียวในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้
เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกล่าวว่า นายพัคและผู้ช่วยของเขาอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อตอบคำถามของผู้สอบสวนในภายหลัง โดยตำรวจได้แจ้งให้นายพัคมาให้ปากคำในวันที่ 7 มกราคม