“ภูมิธรรม” ล่องเรือตรวจพื้นที่ชายแดน ป้องกันปราบปรามยาเสพติด-สิ่งผิด กม. จ.เชียงราย
ข่าวสด January 12, 2025 05:24 PM

“ภูมิธรรม” ล่องเรือตรวจพื้นที่ชายแดน ป้องกันปราบปรามยาเสพติด-สิ่งผิดกฎกหมาย จ.เชียงราย เตรียมปราบค้ามนุษย์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์

วันที่ 12 ม.ค.2568 พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวง กลาโหม กล่าวว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รอง นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ไตรศักดิ์ อินทรรัสมี เลขานุการรมว.กลาโหม และ พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ตรวจเยี่ยมหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) สถานีเรือเขียงของ ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย

ภายหลังรับฟังการบรรยายสรุป รองนายกฯและรมว.กลาโหม พร้อมคณะขึ้นเรือตรวจการณ์สำรวจภูมิประเทศและตรวจเยี่ยมสถานีเรือเชียงแสน ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบตั้งแต่สามเหลี่ยมทองค บ้านสบรวก ถึงบ้าน หาดบ้าย รวมระยะทาง 39 กม. และสถานีเรือเชียงของ ซึ่งรับผิดชอบตั้งแต่
บ้านหาดบ้าย ถึง แก่งผาได บ้านห้วยลึก รวมระยะทาง 57 กม.

ทั้งนี้หน่วยรักษาความสบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง(นรข.)เขตเชียงราย เป็นหน่วยเฉพาะกิจของกองทัพเรือ ขึ้นการควบคุมทางยุทธการกับกองกำลังผาเมือง รับผิดชอบพื้นที่ตามแนวแม่น้ำโขง ติดกับชายแดนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีพื้นที่ครอบคลุม 34 หมู่บ้าน
ตามลน้ำโขงใน พื้นที่ 8 ตำบล ของ 3 อำเภอได้แก่ อ.เชียงแสน อ.เชียงของ และอ.เวียงแก่น จ.เชียงราย รวมระยะทาง ๆ น้ำ 96 กม.

ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา (ต.ค.- ธ.ค.67) สามารถตรวจยึดจับกุม ยาเสพติด ยาบ้ากว่า 15 ล้านเม็ด เฮโรอีน 56 กก. และไอซ์ 135 กก. มูลค่ากว่าพันลัานบาท นอกจากนี้ยังสามารถดำเนินการตรวจยึด ตามพ.ร.บ.ศุลกากร ตรวจยึดรถยนต์รถจักรยานยนต์ และบุหรี่ต่างประเทศมูลค่าของกลางกว่า 2 ล้านบาท และยังจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ได้ผู้ต้องหาจำนวน 30 คน ส่วนมากคนลาวและคนจีน

สำหรับการเดินทางมาตรวจเยี่ยมของรองนายกฯและรมว.กลาโกม ในครั้งนี้ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้ลงพื้นที่เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์ การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นวาระเร่งด่วนที่จะต้องเร่งแก้ไขพร้อมบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการลักลอบผ่านแนวชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ

โดยกำหนดเป้าหมายและมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนให้ประชาชนได้เห็นผลงานอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 6 เดือน ทั้งนี้ตนจะเริ่ม Kick off โครงการ ในวันที่ 30 ม.ค.68 ซึ่งชายแดนด้านนี้ ยังคงเป็นพื้นที่ล่อแหลม สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น เพราะนอกจากจะมีการลำเลียงผ่านช่องทางชายแดนทางบกแล้ว ยังมีการใช้เส้นทางลำเลียงในแม่น้ำโขงด้วย

ทางนรข.จะต้องเพิ่มความเข้มข้นในการซีลแนวชายแดน ตรวจจับ สกัดกั้นยาเสพติด การกระทำผิดกฎหมายตามช่องทางๆ น้ำ เพื่อสนับสนุนกำลังทางบกในการรักษาความมั่นคงและบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลการจับกุมสู่พื้นที่ตอนใน

โดยแนวทางปฏิบัติการจะใช้การสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนที่มีความเสี่ยงสูงของพื้นที่ 51 อำเภอ ใน 14 จังหวัด แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ชั้น ชั้นแรก (แนวชายแดน) เป็นความรับผิดชอบของกองกำลังป้องกันชายแดนสนธิกำลังระหว่างตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยทหารทุกหน่วยที่รับผิดชอบดูแลและสกัดกั้น

ในระดับ 2 (พื้นที่ตอนในระดับอำเภอ) เป็นการร่วมกันระหว่างตำรวจ นายอำเภอ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ในการป้องกัน จัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด จัดชุดปฎิบัติการลงพื้นที่ ซึ่งจะมีการเรียกประชุมผู้กำกับสถานีตำรวจ 76 สถานี นายอำเภอ 51 อำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อร่วมกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้จะให้มีการประเมินผลทุกวงรอบ 6 เดือน

สำหรับแนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายที่สำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพ ติดในพื้นที่ชายแดนเชิงรุกและบูรณาการเพื่อลดปัญหาในระยะยาวมุ่งสร้าง ความปลอดภัยและความมั่นคงในพื้นที่ พร้อมทั้งลดปัญหาผู้มีอิทธิพลที่ เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้หมดไปจากประเทศไทยในปี 2568

© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.