ทรัมป์ขึ้นภาษี ทำแฟนกีฬาแคนาดาโห่เพลงชาติมะกัน จุดกระแสเลี่ยงสินค้า-เดินทางสหรัฐ
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า แฟนกีฬาชาวแคนาดาต่างพร้อมใจกันโห่เพลงชาติสหรัฐในการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็ง NHL และการแข่งขันบาสเก็ตบอล NBA ที่ทีมจากสหรัฐมาแข่งเป็นทีมเยือนที่ประเทศแคนาดา หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดา 25% และพลังงานอีก 10% ซึ่งจะมีผลในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นี้
เพลงชาติสหรัฐ Star-Spangled Banner ถูกแฟนบาสเก็ตบอลทีมโตรอนโต แร็ปเตอร์ส แข่งกับทีมลอสแอนเจลิส คลิปเปอร์ส โห่ตลอดทั้งเพลงเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จนเกือบกลบเสียงร้องเพลงชาติของนักร้องสาววัยเพียง 15 ปี
การโห่เพลงชาติสหรัฐในการแข่งขันกีฬาในประเทศแคนาดาสะท้อนถึงความไม่พอใจของชาวแคนาดาที่มีต่อการขึ้นภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐ ซึ่งอาจเป็นการจุดให้เกิดสงครามการค้าในทวีปอเมริกาเหนืออย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะที่ทรัมป์เองก็ยิ่งกดดันให้แคนาดากลายเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐ
นอกจากนั้น ในโซเชียลมีเดียแคนาดาเริ่มมีการเผยแพร่แนวทางที่จะหลีกเลี่ยงการซื้อหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำในสหรัฐแล้ว ร้านค้าแห่งหนึ่งในนครโตรอนโตของแคนาดาได้เริ่มติดป้ายกำกับให้ลูกค้าทราบว่าโยเกิร์ตขวดใดบ้างที่เป็นของแคนาดา ส่วนหลายคนยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวในสหรัฐอเมริกาหรือยกเลิกแผนการเดินทางไปต่างประเทศ
ทรัมป์อ้างว่าการที่ยาเสพติดเฟนทานิลไหลเข้ามาในสหรัฐจากแคนาดาและเม็กซิโก เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้สหรัฐใช้มาตรการขึ้นภาษีแก่ประเทศเพื่อนบ้าน แม้ว่าแคนาดาจะออกมาตอบกลับว่ายาเสพติดเฟนทานิลและการข้ามพรมแดนที่ผิดกฎหมายในสหรัฐมาจากแคนาดาเพียงไม่ถึง 1% แต่ทรัมป์ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจที่สหรัฐขาดดุลการค้ากับแคนาดา และการขึ้นภาษีสามารถเป็นแหล่งรายได้ให้กับสหรัฐ ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐไม่จำเป็นต้องใช้สินค้าจากแคนาดาและสหรัฐเองจ่ายเงินอุดหนุนให้แคนาดานับหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐที่หากไม่มีเงินอุดหนุนนี้จากสหรัฐ แคนาดาก็ไม่สามารถเป็นประเทศที่มีศักยภาพได้
ด้านแคนาดาเองก็ได้ตอบโต้กลับการขึ้นภาษีของสหรัฐ ด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ 25% ซึ่งส่งผลตั้งแต่ผัก เสื้อผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากสหรัฐ ขณะที่สหรัฐอเมริกานำเข้าน้ำมันจากแคนาดามากกว่าประเทศอื่นๆ และรัฐบาลแคนาดาของนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดได้ส่งสัญญาณแล้วว่าจะพิจารณาตัวเลือกทั้งหมดเพื่อทำการตอบโต้สหรัฐต่อไป