ทองยังไปต่อ YLG แนะซื้อสะสมก่อนไปถึงเป้าหมาย 3,000-3,100 ดอลลาร์
GH News February 26, 2025 06:12 PM

"วายแอลจี" แนะหาจังหวะซื้อทองคำช่วงราคาผันผวนเพื่อสะสมก่อนไปถึงราคาเป้าหมายที่ 3,000-3,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ชี้ทุกครั้งที่ราคาพุ่งจะมีแรงเทขาย คนไม่มีทองระยะสั้นสามารถเข้าซื้อได้ที่แนวรับ 2,900-2,877 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ เปิดปัจจัยบวกล่าสุดแม้หลายประเด็นเริ่มอ่อน แต่ยังต้องระมัดระวังความผันผวนจากนโยบาย “ทรัมป์” นักลงทุนจึงยังมีทองคำไว้ในพอร์ต พร้อมจับตาประเด็นอื่นๆ เช่น การเจรจาสันติภาพ ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่  รวมไปถึง กระแสข่าวการตรวจสอบและปรับมูลค่าทองคำสำรองในรอบ 50 ปี ซึ่งยังไม่ค่อยมีชัดเจนมากเท่าไหร่นัก เผยข้อมูลคนไทยอายุต่ำกว่า 30 ปีเริ่มลงทุนทองคำผ่านแอปพลิเคชั่น เหตุเข้าถึงง่าย ทำกำไรได้ 24 ชั่วโมง พร้อมแนะนำช่องทางสำหรับนักลงทุนอายุ 20 ปี ขึ้นไป ลงทุนได้ง่ายผ่านแอป Get Gold by YLG เริ่มต้นเพียง 100 บ. สามารถเทรดเพื่อเก็งกำไรแบบเรียลไทม์ และลงทุนสะสมแบบ DCA 

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.68 นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่าการเคลื่อนไหวของราคาทองคำนับแต่เปิดต้นปี 2568 ทองคำได้ขึ้นไปทำราคาสูงสุดใหม่แล้วถึง 10 ครั้ง โดยล่าสุดมีราคาสุดสูงอยู่ที่ 2,956 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ อย่างไรก็ดีในช่วงสัปดาห์นี้ราคาทองคำอาจจะเคลื่อนไหวลักษณะแกว่งตัวในกรอบ ซึ่งหากน้ำหนักไปทางบวกหรือลบทิศทางก็จะสนับสนุนการเคลื่อนไหวระยะถัดไปให้ไปทิศทางนั้น แต่จะเป็นการเคลื่อนไหวเพียงระยะสั้น เนื่องจากเป็นปกติที่สถานการณ์ราคาทองคำขึ้นไปทำจุดสูงสุดก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมา โดยการที่ราคาย่อตัวลงมาทุกครั้งก็ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้นักลงทุนมีโอกาสเข้าไปซื้อในราคาที่ไม่สูงเกินไป 

ทั้งนี้ YLG ยังมองว่าปีนี้ราคาทองคำจะยังปรับตัวขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง โดยยังยึดเป้าหมายเดิมไว้ที่ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ และหากผ่านเป้าหมายนี้ไปได้จะไปที่แนวต้านถัดไปที่ 3,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ แม้ว่าสถาบันการเงินต่างประเทศจะเริ่มออกมาขยับเป้าหมายราคาทองคำเพิ่มขึ้นจากเดิม แต่ YLG ยังให้เป้าหมายเดิม ดังเหตุผลข้างต้นคือทุกครั้งที่มีการปรับตัวขึ้นได้เห็นแรงเทขายระยะสั้นออกมา ส่วนทองคำในประเทศให้เป้าหมาย 48,000 บาทต่อบาททองคำ และเป้าหมายถัดไป 49,500-50,000 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับปัจจัยสนับสนุนที่จะทำให้ราคาทองคำไปถึงเป้าหมายในปีนี้ นอกจากระยะสั้นที่ได้แรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากความต้องการเพื่อป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุน ต่อนโยบายของ “โดนัล ทรัมป์” ที่มีความผันผวน ซึ่งอาจไปกระตุ้นการเกิดสงครามการค้าและกระทบเศรษฐกิจในอนาคต นักลงทุนจึงยังคงมีทองคำไว้ในพอร์ตในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ทั้งนี้ ผลกระทบดังกล่าวอาจเป็นปัจจัยต่อเนื่องไปสู่แนวทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่อาจทั้งปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งตามคาดการณ์เดิม หรืออาจแข็งกร้าวมากขึ้นได้เช่นกันหากเงินเฟ้อมีการเร่งตัว จึงยังควรจับตาอย่างใกล้ชิด  ส่วนปัจจัยระยะยาวยังคงได้ดีมานด์สำคัญจากบรรดาธนาคารกลางทั่วโลกในฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่น่าติดตามอื่นๆ เช่น ความขัดแย้ง รัสเซีย-ยูเครน ที่ยังต้องจับตาในช่วง 2 สัปดาห์ถัดจากนี้ เนื่องจาก “เซอร์เกย์ รยาคอฟ” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า การเจรจาครั้งที่สองนี้คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นใน 2 สัปดาห์ หลังจากได้จัดการเจรจากับสหรัฐฯ ครั้งแรกไปเมื่อ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา  ขณะที่ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า ได้มีการเจรจาตกลงเปิดทางให้สหรัฐสามารถเข้าถึงแหล่งสำรองแร่ธาตุสำคัญของยูเครนแล้ว  นอกจากนี้ ”โดนัลด์ ทรัมป์” ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ปธน.ยูเครน “เซเลนสกี” ต้องการเดินทางมายังวอชิงตันในวันศุกร์เพื่อลงนามใน “ข้อตกลงใหญ่ (very big deal)”  

ส่วนปัจจัยซึ่งเป็นที่พูดถึงกันว่า สหรัฐอาจทำการตรวจสอบทองคำสำรองของสหรัฐที่ Fort Knox ซึ่งเป็นแหล่งเก็บทองคำของสหรัฐในจำนวนกว่าครึ่งหนึ่ง รวมไปถึงการปรับมูลค่าใหม่ (Revalue) ในรอบ 50 ปี  ปัจจัยเหล่านี้ อาจยังไม่ได้มีผลกระทบราคาทองคำในระยะสั้น เนื่องจากการตรวจสอบทองคำใน Fort Knox จำนวนกว่า 4,500 ตัน จำเป็นต้องใช้เวลานานอย่างน้อย 1 ปี  และแม้ว่าการปรับมูลค่าใหม่ของทองคำในทางทฤษฏีแล้วจะสามารถเพิ่มสภาพคล่องในงบดุล และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับสหรัฐ  อย่างไรก็ตาม "สก็อตต์ เบสเซนต์" รมว.คลังสหรัฐ ได้ปฏิเสธข้อสันนิษฐานที่สหรัฐจะปรับมูลค่าทองคำใหม่ว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ตัวเขาคิด และไม่มีแผนไปเยือน Fort Knox พร้อมกล่าวย้ำว่าทองคำทั้งหมดนั้นยังอยู่ที่นั่น

อย่างไรก็ดี สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้น YLG ยังคงแนะนำนักลงทุนให้หาจังหวะเข้าซื้อทองคำเมื่อย่อตัวที่แนวรับ 2,900-2,877 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์  โดยแม้ทองคำถูกเทขายทำกำไรสลับออกมา แต่ตราบใดที่ราคาไม่หลุด 2,877 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ก็จะยังคงรักษาโมเมนตัมเชิงบวกในระยะกลางไว้ได้  และเมื่อราคาปรับตัวขึ้นให้ทยอยแบ่งทำกำไรที่แนวต้าน 2,944-2,956 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์  ส่วนราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศ  แนะนำทำกำไรจากการแกว่งตัวในกรอบ 46,000-47,300 บาทต่อบาททองคำ

ทั้งนี้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา YLG พบว่านักลงทุนมากกว่า 50% ที่ลงทุนผ่านระบบออนไลน์มีอายุต่ำกว่า 30 ปี และพบว่ามีนักลงทุนอายุต่ำกว่า 25 ปี มีเพิ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่คนรุ่นใหม่หันมากระจายความเสี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย และล่าสุด YLG มีบริการแอปพลิเคชั่น Get Gold by YLG  ที่สามารถลงทุนได้ด้วยตนเองตั้งแต่อายุ 20 ปี ส่วนผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี จะต้องมีการลงนามยินยอมจากผู้ปกครอง โดยแอปพลิเคชั่น Get Gold by YLG  เหมาะสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการลงทุนทองคำทั้งแบบเทรดแบบเรียลไทม์ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 100 บาท และนักลงทุนระยะยาวทั้งแบบสะสมแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน DCA (Dollar-Cost-Average) หรือทำการซื้อด้วยตนเองก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจ เพราะจะทำให้นักลงทุนสามารถสร้างวินัยการออม และเข้าถึงราคาทอง Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง เข้าถึงง่ายด้วยสมาร์ตโฟน และมีความน่าเชื่อถือ มีความปลอดภัย สามารถทำกำไรได้จริง โดยผู้สมัครสามารถยืนยันตัวตนพร้อมยื่นเอกสารผ่านแอปพลิเคชัน รู้ผลอนุมัติได้ภายในวันเดียว และสามารถทำการซื้อ-ขาย ทองคำได้ทันที เปิดให้ลงทุนเริ่มที่ 100 บาท ไปจนถึง 80 กิโลกรัมต่อ 1 วัน ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ที่ App Store และ Play Store หรือ LINE : @ylggetgold 

#ราคาทอง #YLG #ข่าววันนี้ #ทองรูปพรรณ #สยามรัฐ #สยามรัฐออนไลน์

 

 

© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.