พ่อแม่ร้อง ลูกวัย2เดือนเลือดออกในสมอง พี่เลี้ยงบอกสำลักนม ผ่านมาหลายเดือนไร้เยียวยา
ข่าวสด February 26, 2025 06:41 PM

พ่อแม่ร้องนำลูกสาววัย 2 เดือน ไปฝากเลี้ยงกับเพื่อนบ้าน ผ่านไปแค่ 3 วัน เลือดออกในสมอง คนเลี้ยงบอกสำลักนม ผ่านมาหลายเดือนไร้เยียวยา

วันที่ 26 ก.พ. 2568 ต้นอ้อ มูลนิธิเป็นหนึ่ง พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ศิรพงศ์ โภคินวงศ์หิรัญ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดฉะเชิงเทรา, นางณัฐมา ตรีรัตน์ณรงค์ นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะกง เดินทางมายังบ้านหลังหนึ่ง ใน จ.ฉะเชิงเทรา

หลังจากที่ นายพงษ์ศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี พร้อมด้วย น.ส.อรอุมา อายุ 34 ปี ขอความช่วยเหลือไปยังมูลนิธิเป็นหนึ่ง ในกรณีนำลูกสาววัย 2 เดือนเศษไปฝากหญิง อายุ 64 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน เลี้ยงดูแลได้ 3 วัน ลูกเลือดออกในสมอง

นายพงษ์ศักดิ์และน.ส.อรอุมา เปิดเผยว่า ตนเองทำงานโรงงาน ขณะที่ภรรยาก็ต้องเปิดร้านขายส้มตำ ทำให้ไม่มีใครเลี้ยงดู โดยตกลงราคากันที่เดือนละ 3,500 บาท ซึ่งผ่านไป 2 วันแรกก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอมาวันที่ 3 ช่วงเวลาประมาณ 6 โมงเย็น ทางเพื่อนบ้านโทรมาบอกว่า ลูกสาวสำลักนมจนไม่ดิ้น ตนพร้อมภรรยาจึงรีบวิ่งไปยังบ้านของคนที่รับเลี้ยง แล้วรีบนำตัวลูกสาวส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 ในพื้นที่อำเภอบางปะกง

ซึ่งทางแพทย์ระบุว่าน้องมีอาการเส้นเลือดฝอยในสมองแตก ก่อนส่งตัวโรงพยาบาลพุทธโสธรในเวลาต่อมา ซึ่งทางแพทย์โรงพยาบาลพุทธโสธรระบุสาเหตุของอาการว่า น้องมีอาการเลือดคั่งในสมอง ที่มีลักษณะของเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก

พวกตนจึงไม่เชื่อว่าลูกสาวจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้ เนื่องจากสำลักนมตามที่ผู้รับเลี้ยงแจ้ง จึงเดินทางไปยัง สภ.บางปะกง เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่รับเลี้ยง แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนลูกสาวตอนนี้อายุ ได้ 10 เดือน แต่คดีความกับไม่มีความคืบหน้าใดๆ จึงได้ร้องไปยังมูลนิธิเป็นหนึ่ง เพื่อขอให้คุณต้นอ้อลงมาให้การช่วยเหลือ เพราะตอนนี้ตนยังต้องมีค่ารักษาพยาบาลลูกสาวอย่างต่อเนื่อง ด้วยสาเหตุที่เกิดจากเลือดออกในสมอง ทำให้น้องเกือบมองไม่เห็น

หลังจากลงพื้นที่เจ้าหน้าที่หน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และทางมูลนิธิเป็นหนึ่ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เดินทางไปสถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าวเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง เบื้องต้นทางคนรับเลี้ยงเด็กให้การปฏิเสธ อ้างว่าเด็กมีอาการมาจากทางบ้าน แล้วทางครอบครัวเด็กไม่ยอมแจ้งอาการกับคนรับเลี้ยง จึงทำให้เด็กมีอาการหนักตอนมาอยู่กับตนเอง

โดยภายหลังที่ได้มีการพูดคุยเบื้องต้นทั้งกับทางฝั่งคนรับเลี้ยงเด็ก และทางพ่อแม่เด็ก ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เชิญทั้ง 2 ฝั่ง ไปพูดคุยและสอบปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา หลังจากที่เกิดเรื่อง ทางฝั่งคนรับเลี้ยงยังไม่เคยเข้าไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเลย ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ภายหลังที่มีการพูดคุยกัน คนรับเลี้ยงเด็ก ได้ตกลงเยียวยาด้านมนุษยธรรม ในกรณีที่มีอาการเจ็บป่วยจนต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมเป็นเงิน 100,000 บาท ซึ่งทำให้ทั้ง 2 ฝ่าย ตกลงยินยอมรับเงินช่วยเหลือเยียวยาในครั้งนี้

© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.