สลด! “รถทัวร์” ทัศนศึกษาพลิกคว่ำ ทางลง “เขาศาลปู่โทน” จ.ปราจีนบุรี เสียชีวิต 18 ราย บาดเจ็บ 31 ราย ด้าน “นายกฯ” เสียใจ สั่งกำชับ “ก.คมนาคม” ตรวจสอบเร่งหาสาเหตุ ส่วน “รองโฆษกรบ.” เผยรถมีประกันภัย ยังคงคุ้มครองอยู่
เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 26 ก.พ.68 พ.ต.ท.ศิวภัสส์ ภูริพัศชัยบุญชู สารวัตรสอบสวน สภ.วังขอนแดง จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถทัวร์พลิกคว่ำมีผู้ได้รับบาดเจ็บและติดอยู่ภายในรถ ที่เกิดเหตุบริเวณทางลงเขาศาลปู่โทน ม.4 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบลำดับชั้น พร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่ และหน่วยกู้ภัยพร้อมอุปกรณ์ตัดถ่าง รถพยาบาล อ.นาดี และ อ.กบินทร์บุรีเข้าให้การช่วยเหลือ
ในที่เกิดเหตุพบรถบัสยี่ห้อสแกนเนีย หมายเลขทะเบียน 30-0040 บึงกาฬ อยู่ในสภาพพลิกตะแคงข้างพิงกับเขาสภาพรถหลังคาฉีกขาดทั้งแถบทั้งคัน ทางเจ้าหน้าที่ปิดการจราจรขาลง เนื่องจากภายในรถบัสทัวร์มีผู้ได้รับบาดเจ็บและถูกรถบัสทับ เจ้าที่จริงได้ทำการนำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกว่า 30 ราย ส่ง รพ.สต.ทับลาน, รพ.นาดี และ รพ.กบินทร์บุรี ผู้บาดเจ็บบางรายมีอาการเจ็บปวดแผ่นหลังและจุกหน้าอก ใบหน้าผิดรูป บางรายมีแผลฉีกขาดตามร่างกาย ศีรษะแตก นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังมีผู้เสียชีวิต จำนวน 17 ราย และเสียชีวิตต่อมาอีก1ราย
จากการสอบสวนทราบว่า ทางเทศบาลบึงกาฬ ได้จัดทัศนศึกษาดูงานที่จังหวัดระยอง จำนวน 129 คน ขึ้นรถทัวร์โดยสาร จำนวน 3 คัน ออกจากเทศบาลบึงกาฬ ออกเดินทางจากบึงกาฬ ในช่วงเวลา 17.00 น. ของวันที่ 25 ก.พ.68
ต่อมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความผ่าน X และโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีอุบัติเหตุรถบัสคณะทัวร์โครงการพัฒนาศักยภาพและการศึกษาดูงานคณะกรรมการธนาคารขยะหมู่บ้าน โดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลพรเจริญ จ.บึงกาฬ ไปศึกษาดูงานที่จังหวัดระยองพลิกคว่ำ บริเวณทางลงเขาศาลปู่โทนขาเข้ากบินทร์บุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย และบาดเจ็บ 31 ราย ระบุว่า
“ดิฉันขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีการดูแลผู้บาดเจ็บให้ได้รับการรักษาเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินแล้ว และสำหรับผู้ที่บาดเจ็บไม่มาก ให้มีการดูแลอำนวยความสะดวกให้เดินทางกลับภูมิลำเนาด้วยความปลอดภัย ดิฉันได้กำชับให้กระทรวงคมนาคม (คค.) ตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และหากพบว่ามีการฝ่าฝืนใช้รถที่ไม่ผ่านมาตรฐานหรือเข้าข่ายใช้รถด้วยความประมาท ขอให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และได้กำชับไปเรื่องการตรวจรถที่ต้องปลอดภัย-ผ่านมาตรฐานที่กำหนดก่อนนำมาใช้งาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดการสูญเสียเช่นนี้อีก”
ด้าน นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รถทัวร์คันดังกล่าว ได้ ทำประกันไว้ทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจไว้กับบริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด( มหาชน) โดยภาคบังคับ เลขที่ 300040 บึงกาฬ ระยะเวลาคุ้มครองวันที่ 31/12/67 สิ้นสุดวันที่ 31/12/68 และภาคสมัครใจประเภท 3 บริษัท มิตรแท้ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์ ฒป. VMI3185100 คุ้มครอง 31/13/2567-31/12/2568 ซึ่งรายละเอียด ความคุ้มครองมีดังนี้ ตาม พ. ร. บ. ภาคบังคับในส่วนการบาดเจ็บ ความคุ้มครองไม่เกิน 80,000 บาท เสียชีวิตไม่เกิน 500,000 บาท ต่อการเกิดเหตุต่อครั้ง ตาม พ.ร.บ. รถนั่งเกิน 7 ที่นั่งต่อครั้ง วงเงินคุ้งครองไม่เกิน 10 ล้านต่อครั้ง ส่วนภาคสมัครใจ ส่วนเกิน พ.ร.บ. ตามวงเงินที่ผู้ประกอบการซื้อความคุ้มครอง
" ในฐานคนอีสานภาคเดียวกัน และในฐานะรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวพี่น้องที่ได้รับความสูญเสีย และบาดเจ็บในอุบัติเหตุครั้งนี้ และขอเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานที่จัดให้มีการเดินทางไปศึกษาดูงานนอกพื้นที่ ต้องตรวจสอบรถที่ใช้โดยสารให้มีความพร้อม ตรวจเช็คสภาพเบรก ยาง และส่วนควบที่สำคัญให้มากที่สุด พร้อมตรวจสอบเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย รวมทั้งคนขับรถต้องมีความ และห้ามดื่มสุรา สิ่งมีนเมาโดยเด็ดขาด
และที่สำคัญต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง ใช้ความเร็วเหมาะสม เพราะคนขับต้องรับผิดชอบต่อชีวิตผู้โดยสาร ซึ่งอุบัติที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง รวมทั้งในครั้งนี้ สร้างความสุญอย่างมาก หากผู้เสียชีวิตเป็นผู้นำครอบครัว ก็จะทำให้ครอบครัวขาดผู้นำ และทำให้ประเทศชาติได้รับความสูญเสียด้านทรัพยากรบุคคลที่ประเมินค่าไม่ได้"