28 ก.พ.2568 – นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) พระสังฆาธิการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดและอำเภอ และผู้แทนส่วนราชการในเขตพื้นที่จังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู และสกลนคร เข้าร่วมกว่า 200 คนเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โรงแรมนภาลัย จังหวัดอุดรธานี
อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่รุ่มรวยด้วยมรดกวัฒนธรรม โบราณสถานในประเทศไทยมีจำนวนมาก หน่วยงานภาครัฐอาจดูแลได้ไม่ทั่วถึง กรมศิลปากรจึงมีแนวนโยบายส่งเสริมให้ประชาชน องค์กรภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นเจ้าของมรดกวัฒนธรรมร่วมกัน เข้ามาเป็นเครือข่ายและมีส่วนร่วมในการดำเนินงานดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยการให้องค์ความรู้เกี่ยวกับแนวทางและมาตรฐานในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมด้านโบราณสถาน ศิลปกรรมในเขตโบราณสถาน และโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ตลอดจนมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอื่นๆ เช่น เอกสารโบราณ จดหมายเหตุ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในคุณลักษณะ คุณค่าและความสำคัญของมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีต่อชาติและท้องถิ่น รวมถึงกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ภายใต้หน้าที่และความรับผิดชอบของกรมศิลปากร สร้างความตระหนักในบทบาทหน้าที่เครือข่ายมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีต่อการดำเนินงานร่วมกันและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติและท้องถิ่น
ทั้งนี้ การอบรมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ จังหวัดอุดรธานี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งนอกจากจะมีการบรรยายโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว ยังมีการศึกษาดูงานโบราณสถานในพื้นที่จังหวัดหนองคาย และเข้าร่วมกิจกรรมฉลองมรดกโลกภูพระบาท ณ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี ซึ่งจังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดที่มีแหล่งมรดกโลก 2 แห่งในจังหวัดเดียว คือ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์วิจัยโบราณคดีบ้านเชียงขึ้น เพื่อเป็นสถานที่รวบรวม จัดเก็บโบราณวัตถุในวัฒนธรรมบ้านเชียงและโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ร่วมสมัยวัฒนธรรมบ้านเชียงในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน และอุทยานประวัติภูพระบาทที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเมื่อปีที่ผ่านมา
“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้มอบนโยบายให้กรมศิลปากรเสริมสร้างระบบนิเวศและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจวัฒนธรรม ยกระดับการบริการของพิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน อุทยานประวัติศาสตร์ ส่งเสริมและสร้างสรรค์ทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจ การจัดอบรมในครั้งนี้ จะเน้นให้ความรู้ในเรื่องของการดูแลรักษาสิม (อุโบสถ) ในภาคอีสาน ซึ่งมีลักษณะเฉพาะทางสถาปัตยกรรม สะท้อนภูมิปัญญา และวิถีชีวิตของผู้คนในภาคอีสานในอดีต และบางแห่งยังมีการใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน กรมศิลปากรจึงมีแผนที่จะบูรณะให้ได้มากที่สุด และจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวสายบุญ นอกจากเป็นการรักษามรดกวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษสร้างไว้ไม่ให้สูญหายแล้ว ยังยกระดับเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมเป็น SoftPower ประการหนึ่งของชาติ ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน ตลอดจนภาคเศรษฐกิจ ทั้งในระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับประเทศ และยังเป็นการสร้างอนาคตให้กับลูกหลานต่อไป” อธิบดีกรมศิลปากรกล่าว