‘เจแอลแอล’ คาดยอดขายที่ดินในนิคมฯ ปีนี้ยังแรงต่อ
ข่าวสด February 28, 2025 04:20 PM

นายไมเคิล แกลนซี่ กรรมการผู้จัดการ เจแอลแอล ประจำประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และ เวียดนาม เปิดเผยว่า 4 แนวโน้มสำคัญในปี 2568 ที่จะผลักดันให้อสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ ของไทยมีความแข็งแรงและเติบโตต่อเนื่องคือการที่ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศสำคัญที่ได้รับประโยชน์จากกลยุทธ์ China+1 ซึ่งกำลังดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์

ซึ่งประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับผู้ผลิตที่มองหาทางเลือกในการขยายฐานการผลิตนอกประเทศจีน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะจากผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวันและจีน ควบคู่ไปกับการเข้ามาของผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของโลก ที่เข้ามาตั้งโรงงานแห่งใหม่ในไทยเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ และพลังงาน

ทำให้เจแอลแอล คาดการณ์ว่าในปี 2568 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่ยอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมจะยังคงดีขึ้นอย่างต่อเนื่อ หรือมียอดขายไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาที่ทำได้มากกว่า 6,000 ไร่ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 6-7 หมื่นล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้นจะได้เห็นการลงทุนพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่เพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากกปัจจุบันผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ๆ เริ่มขายพื้นที่ไปเกือบหมดแล้ว

ขณะเดียวกัน เทรนด์การกลับเข้ามาทำงานที่สำนักงานยังช่วยกระตุ้นความต้องการพื้นที่สำนักงาน โดยขณะนี้ความต้องการพื้นที่สำนักงานกลับสู่ระดับสูงกว่าช่วงเกิดโควิดแล้ว ซึ่งมาจากกลุ่มที่ต้องการย้ายอาคารสำนักงานใหม่ส่วนอาคารเก่าหรือเกรดบี ก็เริ่มเห็นมีผู้เช่าหน้าใหม่ซี่งเป็นรายเล็กที่ย้ายจากโฮมออฟฟิศ หรือ เดิมอยู่เช่าพื้นที่ในโคเวิร์กกิ้งสเปซ และขนาดของธุรกิจเติบโตขึ้น โดยในปีที่ผ่านมากลุ่มนี้มีถึงกว่า 50,000 ตร.ม.

ที่สำคัญคือ ปัจจุบันพื้นที่สำนักงานให้เช่าโดยรวมทั่วกรุงเทพฯ มีทั้งสิ้นเกือบ 11 ล้านตร.ม. ทั้งนี้ มีเพียง 15% ที่เป็นอาคารสำนักงานเกรดเอในใจกลางกรุงเทพฯ (ซีบีดี) และได้รับมาตรการฐานอาคารเขียว ซึ่งถ้าเทียบกับเมืองใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มีสัดส่วน 25-30% ดังนั้นถือว่ายังน้อยมาก ขณะเดียวกันอาคารที่ยังไม่มีมาตรฐานอาคารเขียวในกรุงเทพฯ ที่มีมากถึง 70% จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน

“ประเทศไทยยังมีความน่าสนใจในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ โดยไม่ได้มองเพียงการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเพียงอย่างเดียว แต่ยังมองไปถึงการใช้ประโยชน์จากการที่ไทยเป็นหนึ่งในห่วงโซ่ฐานการผลิตของโลก หรือ China+1 รวมถึงความพร้อมด้านโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานของไทย ตลอดจนแรงจูงจด้านการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐประกอบด้วย”

นายไมเคิล กล่าวทิ้งท้ายถึงรัฐบาล ว่าในส่วนของดำเนินเรื่องด้านเอกสารในการจัดตั้งธุรกิจและการเข้ามาทำงานของต่างชาติในไทย ที่ยังไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าที่ควร อาจมีผลทำให้ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในระดับแรงงานฝีมือและนักลงทุนต่างชาติ หันไปลงทุนในประเทศที่มีความชัดเจนมากกว่า ประกอบกับปัจจุบันพบว่าจำนวนต่างชาติที่ทำงานในไทย (Expat) ขณะนี้เทียบเท่าปี 2561 ซึ่งถือเป็นปีที่สูงสุดที่ 1.2 แสนคน โดยแนวโน้มจากนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามยอดการขอรับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในปี 2567 ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.1 ล้านล้านบาท รวมกว่า 3,000 โครงการ และส่งผลให้ปัจจุบันอัตราค่าเช่าอพาร์ทเม้นท์ในไทยเพิ่มสูงขึ้นด้วย

ด้านนายรัฐวัฒน์ คูวิจิตรสุวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริการที่ปรึกษาและบริหารสินทรัพย์ หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรม เจแอลแอล กล่าวว่า สำหรับภาคธุรกิจโรงแรม แนวโน้มยังคงเป็นบวก โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนที่ต่อเนื่อง ซึ่งคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีการซื้อขายโรงแรมในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และภูเก็ต อยู่ที่ราว 13,000 ล้านบาท แม้ว่าไม่แข็งแกร่งเท่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ซี่งเป็นผลจากการเติบโตของอุตสาหกรรมการจัดประชุมสัมนา จัดแสดงสินค้า (ไมซ์)

© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.