นิปปอนเพนต์ ลั่นปี’69 ขอขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งอุตสาหกรรมสีของไทย
ข่าวสด February 28, 2025 04:20 PM

นายวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสีนิปปอนเพนต์ในประเทศไทย ในฐานะผู้ผลิตสีรายใหญ่อันดับ 1 ของเอเชีย จากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าภายในปี 2569 จะมีส่วนทางการตลาดอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมสีของไทย แม้ว่ายอดขายในปี 2567 ที่ผ่านมา มียอดขายเกือบ 10,000 ล้านบาท เติบโตเพียง 10% ต่ำกว่าเป้าเดิมที่คาดว่าจะทำได้ 25% ซึ่งเป็นผลกระทบจากเศรษฐกิจที่มีปัจจัยความไม่แน่นอนสูง

อย่างไรก็ดี สำหรับปี 2568 บริษัทยังคงตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโต 20% ซึ่งช่วงเดือนม.ค. ที่ผ่านมา ยอดขายก็ยังไปไม่ถึงเป้าหมายแต่ยังเติบโตได้เกิน 10% ทั้งนี้ มองไปในระยะข้างหน้ายอมรับก็ยังมีความกังวล เนื่องจากความต้องการที่อยู่อาศัยยังดี ซึ่งจะมีผลต่อการก่อสร้างทั้งโครงการคอนโดมิเนียมและที่อยู่อาศัยแนวราบชะลอตัว ขณะเดียวกันผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ก็หันไปมุ่งทำตลาดบ้านหรูระดับ 30-50 ล้านบาท ซึ่งยังมีกำลังซื้อ แต่ขณะเดียวกันปริมาณโครงการในระดับราคาดังกล่าวก็เริ่มล้นตลาดแล้ว และหากจำแนกตามพื้นที่พบว่า ภูเก็ต และอีอีซี ยังมีการสร้างใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวโน้มภาพรวมตลาดสีปีนี้ไม่ทรงก็อาจจะแย่กว่าปีที่แล้ว และหลังจากปีหน้าเป็นต้นไปคาดว่าตลาดสีจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

“สถานการณ์อุตสาหกรรมสีในปี 2567 ได้รับกระทบจากรถยนต์อีวี และปริมาณยอดขายรถใหม่ที่ลดลงด้วย ซึ่งหลักๆ มาจากการปล่อยสินเชื่อ โดยเป็นปัญหาเดียวกับสีทาอาคาร ที่ได้รับกระทบจากการปล่อยสินเชื่อของธนาคารที่ลดลงอย่างมาก ทำให้อัตราการซื้อบ้านใหม่ และการสร้างบ้านใหม่ในปีที่ผ่านมาลดลงอย่างมาก ส่งผลให้มูลค่าตลาดสีในภาพรวมหดตัวลง 7-8% ซึ่งถ้าแบ่งเป็นสีในงานโครงการพบว่าลดลงกว่า 20% ขณะที่ยอดขายในช่องทางค้าปลีกซึ่งแบ่งเป็นร้านค้าแบบดั้งเดิม พบว่าร่วงลง 8-10% ขณะที่ยอดขายผ่านโมเดิร์นเทรดปรับขึ้นได้ประมาณ 2% โดยได้แรงส่งจากห้างเปิดใหม่มาช่วย”

สำหรับแผนธุรกิจนิปปอน ได้เพิ่มทีมขายเพื่อมุ่งเปิดตลาดใหม่ๆ เพิ่มขึ้น โดยในส่วนของสีทาอาคาร แบ่งเป็นสีสำหรับทาอาคารสูง และบ้านแนวราบ ขณะที่กลุ่มลูกค้าโครงการมีตั้งแต่โรงแรม โรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม และกลุ่มงานภาครัฐ มีตั้งแต่งานงานสาธารณูปโภคการศึกษา อาคารสำนักงาน เป็นต้น

ขณะเดียวกันในส่วนของแผนการตลาดได้มีการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น เน้นการนำนวัตกรรมมาใช้แก้ปัญหาให้ผู้บริโภค ตลอดจนให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค สังคม และคู่ค้าทั้งมีการทำข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) การร่วมกันพัฒนาด้านต่างๆ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับงานก่อสร้างและออกแบบ เช่นทำให้ระยะเวลาก่อสร้างเร็วขึ้น ต้นทุนถูกลง คุณภาพสูงขึ้น และทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น

© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.