ชัดเจน! ม.10 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ เปิดช่อง ประกันสังคม ถ่ายโอนภารกิจรักษาพยาบาลให้ สปสช. ดูแลได้
GH News February 28, 2025 04:41 PM

ชัดเจน! ม.10 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ เปิดช่อง ประกันสังคม ถ่ายโอนภารกิจรักษาพยาบาลให้ สปสช. ดูแลได้

ตามที่มีการเสนอความเห็นให้มีการโอนภารกิจด้านการรักษาพยาบาลผู้ประกันตน ในกองทุนประกันสังคม ไปให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือบัตรทอง 30 บาท เป็นผู้บริหารจัดการและจัดระบบให้บริการสุขภาพ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าในทางปฏิบัติจะสามารถทำได้หรือไม่นั้น

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พบว่า มาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักประสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 เปิดช่องให้มีการดำเนินการถ่ายโอนภารกิจรักษาพยาบาลผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ โดย มาตรา 10 ระบุว่า ขอบเขตของสิทธิรับบริการสาธารณสุขของผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม การขยายบริการสาธารณสุข ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพ นี้ไปยังผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการและคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ตกลงกัน ให้คณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมในการให้บริการสาธารณสุขแก่ผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม

เมื่อตกลงกันเกี่ยวกับความพร้อมให้บริการสาธารณสุขกับคณะกรรมการประกันสังคมแล้ว ให้คณะกรรมการเสนอรัฐบาล เพื่อตราพระราชกฤษฎีกากำหนดระยะเวลาการเริ่มให้บริการสาธารณสุขจากหน่วยบริการตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ แก่ผู้มีสิทธิดังกล่าว

เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาตามวรรคสองใช้บังคับแล้ว ให้สำนักงานประกันสังคมส่งเงินค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขจากกองทุนประกันสังคมให้แก่กองทุนตามจำนวนที่คณะกรรมการและคณะกรรมการประกันสังคมตกลงกัน

แหล่งข่าวในแวดวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงการจัดบริการสุขภาพให้แก่ผู้ประกันตน ว่า ที่ผ่านมา สปสช.ได้มีหนังสือสอบถามไปยัง สปส.ทุกปี ทั้งนี้ เพื่อสอบถามความต้องการและความพร้อมที่จะให้ สปสช. ดำเนินการตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ หรือไม่ แต่ทาง สปส.ยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ เนื่องจากอยู่ในขั้นศึกษารายละเอียด จึงทำให้แนวทางดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ใน พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ ยังได้ระบุในมาตรา 9 ที่ขยายความครอบคลุมไปถึงเจ้าหน้าที่ราชการ หรือลูกจ้างส่วนราชการ, พนักงานหรือลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.), พนักงานหรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ ไปจนถึงบิดามาตรดา คู่สมรส บุตร อีกด้วย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 33/2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาค่ารักษาพยาบาลของระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของประเทศไทย เพื่อให้การพิจารณานโยบายและแนวทางการบริหารงบประมาณสำหรับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับบริบทสภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมถึงลดความเหลื่อมล้ำระหว่างสิทธิการรักษาพยาบาล โดยคณะกรรมการที่แต่งตั้งชุดนี้ รวม 22 คน สำหรับหน้าที่และอำนาจ อาทิ 1.เสนอแนะ กำหนดนโยบาย แนวทางการบริหาร และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพค่าใช้จ่าย หรือวิธีการอื่นใดในการลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทสภาวะทางเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ และลดภาระความเสี่ยงทางการคลังให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งลดความเหลื่อมล้ำระหว่างสิทธิการรักษาพยาบาล

2.บูรณาการความร่วมมือระหว่างส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการบริหารทางนโยบายและแผนระดับประเทศการบริหารงบประมาณค่ารักษาพยาบาลของระบบสวัสดิการการรักษาพยาบาลของประเทศไทย เป็นต้น 3.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือที่ปรึกษาเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม และ 4.รายงานผลการดำเนินงานต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบ เป็นต้น

© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.