“นีเวีย” มั่นใจตลาดสกินแคร์ 4.7 หมื่นล้าน โตแรง 13% รุกชิงส่วนแบ่ง ดึง AI เสริมแกร่ง R&D เร่งพัฒนาสูตรใหม่-เพิ่มประสิทธิภาพสินค้าตอบโจทย์ตลาด พร้อมชูกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล จับมืออินฟลูเอนเซอร์ดังสร้างการรับรู้ในกลุ่ม Gen Z เต็มกำลัง
เภสัชกรหญิงวราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาพรวมตลาดสกินแคร์ในประเทศไทยมีมูลค่าอยู่ที่ 47,650 ล้านบาท และยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 13% ต่อปี
ทั้งนี้ มีปัจจัยหนุนมาจากไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่มักจะเริ่มมองหาแบรนด์สกินแคร์ที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ มีความน่าเชื่อถือ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยกว่า 80% ของผู้บริโภคกลุ่มนี้ยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่จะสนใจเรื่องของราคา
ซึ่งในปี 2567 ที่ผ่านมา “นีเวีย” ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50% ใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย ผลิตภัณฑ์กันแดด และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ชาย
เภสัชกรหญิงวราพรกล่าวต่อว่า สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2568 นีเวียจะยังคงเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย และผลิตภัณฑ์กันแดด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่ม
ซึ่งในส่วนของกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย เบื้องต้นจะมีการออกสูตรใหม่ เช่น C&E และ Super C+ ที่เน้นคุณสมบัติการบำรุงและฟื้นฟูผิว ขณะที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า จะเปิดตัว Derma Acne Care เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาสิว
ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์กันแดด หลังจากที่ในช่วงต้นปีได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง “NIVEA SUN Sensitive Protect & Light Feel SPF50+ PA+++” เซรั่มกันแดด สำหรับผู้เป็นสิวและผิวแพ้ง่าย และได้รับผลการตอบรับที่ดี ในปีนี้ก็จะยังคงเดินหน้าทำการตลาดควบคู่ไปกับตัว นีเวีย ลูมินัส 630 (Luminous 630) อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ นีเวียยังมีแผนนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเสริมประสิทธิภาพในกระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อช่วยวิเคราะห์และพัฒนาสูตรใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบันได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
“โดยเบื้องต้นคาดว่าจะช่วยให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์มีความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง”
สำหรับกลยุทธ์การทำการตลาดในปีนี้ นีเวียจะมุ่งเน้นทำการตลาดเชิงดิจิทัลมากยิ่งขึ้น เช่น การใช้ Influencer เป็นตัวกลางสื่อสารไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทจัดกิจกรรม “มหกรรมผิว” ที่สยามสแควร์
โดยเชิญเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม Gen Z อย่าง เทศน์ ไมรอน, โฟร์ท ณัฐวรรธน์, 4EVE, LYKN และ หลิงหลิง ศิริลักษณ์ มาร่วมงาน เพื่อสร้างการรับรู้และเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายใหม่
นอกจากนี้ นีเวียก็ยังคงให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ด้วยการพัฒนาทั้งสูตรผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้ยั่งยืนมากขึ้น เช่น สูตรปราศจากไมโครพลาสติก 100%, ส่วนผสมที่ย่อยสลายทางชีวภาพ และบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ หรือทำจากวัสดุรีไซเคิล
รวมถึงยังเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยการใช้พลังงานจากโซลาร์ฟาร์ม ที่โรงงานผลิตที่บางพลี เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าภายในปี 2025 จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 90%
เภสัชกรหญิงวราพรกล่าวย้ำว่า ด้วยแนวทางการดำเนินงาน ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์การตลาดดิจิทัล และแนวทางด้านความยั่งยืน เชื่อมั่นว่าจะส่งผลให้ “นีเวีย” กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ผู้บริโภครุ่นใหม่เลือกใช้อย่างแน่นอน