พิชัย พอใจส่งออกไทย ก.พ. โต 14% อานิสงส์ ผลไม้-ศก.โลกขยับ หวังทั้งปีบวกเกิน 3 %
GH News March 21, 2025 03:47 PM

พิชัย พอใจส่งออกไทย ก.พ. โต 14% พณ.ชี้แนวโน้มดีต่อไตรมาสสอง อานิสงส์ ผลไม้-ศก.โลกขยับ สวนพิษทรัมป์ 2.0 หวังทั้งปีบวกเกิน 3 % รอถกยูเอสทีอาร์

วันที่ 21 มีนาคม ที่กระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ส่งออกไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ขยายตัว 14% มีมูลค่า 26,707.1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 906,520 ล้านบาท เป็นการขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือน จึงส่งผลให้ส่งออก 2 เดือนแรก 2568 ขยายตัว 13.8% มีมูลค่า 51,984.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นบวกต่อเนื่อง 8 เดือน ถือว่าน่าพอใจ

ส่งออกไทย

นายพิชัย กล่าวว่า การส่งออกเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่สำคัญของไทย โดยรัฐบาลตั้งเป้าขยายตัวเศรษฐกิจเกิน 3% และต้องการให้การส่งออกไทยเติบโตอย่างน้อย 3.5% ซึ่ง2 เดือนขยายตัวแล้ว 13.8% ถือเป็นสัญญาณบวก โดยแนวโน้มคาดหวังส่งออกขยายตัวต่อ ผลจากการลงทุนเพิ่ม เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าขยายตัว และ ผลักดันเอฟทีเอ โดยปีก่อนไทยมียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 1.13 ล้านล้านบาท หลายโรงงานใกล้เสร็จและพร้อมเริ่มการผลิตเพื่อส่งออก อาทิ อุตสาหกรรมแผงวงจรพิมพ์(PCB ) รวมถึงการท่องเที่ยวคาดมีนักท่องเที่ยวแตะ 39-40 ล้านคน รัฐเร่งแก้ปัญหาหนี้ที่ยังเป็นอุปสรรค เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ รวมกับปัจจัยต่างๆทำให้จีดีพีปีนี้ขยายตัวได้ 5-6%

ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เข้ามาบริหารประเทศ การส่งออกไทยเติบโตต่อเนื่อง โดยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย 11.8% โดยเดือนตุลาคม 2567 ขยายตัว 14.6% เดือนพฤศจิกายน 2567 ขยายตัว 8.2% เดือนธันวาคม 2567 ขยายตัว 8.7% เดือนมกราคม 2568 ขยายตัว 13.6% และเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ขยายตัว 14% ซึ่งการส่งออกไทยกำลังฟื้นตัวจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ไทยเป็นประเทศเล็กและเปิด จำเป็นต้องพึ่งพาการส่งออก ในอดีตตัวเลขไม่ดีเพราะการลงทุนหดตัว แต่ขณะนี้การลงทุนเพิ่มขึ้น ทำให้การส่งออกขยายตัว

ส่งออกไทย

นายพิชัย กล่าวว่า การนำเข้าของไทยในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นมากกว่าการส่งออก เนื่องจากเป็นการนำเข้าสินค้าทุนและสินค้าขั้นกลาง เพื่อนำมาผลิตเพื่อส่งออกและขยายการผลิตในอนาคต ซึ่งเป็นสัญญาณบวกในเชิงเศรษฐศาสตร์ หากเราสามารถแก้ปัญหาหนี้ของประชาชนและภาคธุรกิจได้สำเร็จ เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวเกิน 5% และเดินหน้าเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเสริมว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2568 การส่งออกดีทั้งสินค้าการเกษตร อุตสาหกรรม และทุกตลาดส่งออกขยายตัวเป็นบวก

“คาดว่าไตรมาสแรกปีนี้ขยายตัว 10% ส่วนไตรมาสสอง ตัวผลักดันคือส่งออกผลไม้ ที่ปีนี้ผลผลิตไทยเพิ่มมาก และ เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าขยายตัว แม้ปัจจัยที่ต้องติดตามคือนโยบายทรัมป์2.0 กับการปรับขึ้นภาษีนำเข้าหลายประเทศ หรือ นโยบายต่างๆ แต่ด้วยความต้องการสินค้าทั่วโลกยังสูง จะส่งผลให้ส่งออกทั้งปี เกิน 3% มูลค่ากว่า 3.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จะเป็นการทำนิวไฮต่ออีกปี” นายพูนพงษ์กล่าว

ส่งออกไทย
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

แนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป

กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าการส่งออกในไตรมาสแรกของปี 2568 จะยังคงมีทิศทางการเติบโตที่น่าพอใจ โดยได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยสำคัญ ทั้งความเชื่อมั่นในภาคการผลิตที่มีแนวโน้มปรับตัวในเชิงบวก ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มคลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายที่ต้องเฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่อง อาทิ นโยบายการค้าของสหรัฐฯ และมาตรการตอบโต้จากประเทศต่างๆ ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนให้กับระบบการค้าโลก ขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการผลิตสินค้าเกษตรของไทย ตลอดจนกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมวางแนวทางการดำเนินงานร่วมกับภาคเอกชน เพื่อรับมือกับสภาวการณ์ที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ตลาดสหรัฐฯ จากความกังวลมาตรการกำแพงภาษีในอนาคต ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้ (1) ตลาดหลัก ขยายตัวร้อยละ 7.7 โดยขยายตัวต่อเนื่องในตลาดสหรัฐฯ ร้อยละ 18.3 จีนร้อยละ 22.4 และสหภาพยุโรป (27) ร้อยละ 4.5 แต่หดตัวในตลาดญี่ปุ่น ร้อยละ 3.1 อาเซียน (5) ร้อยละ 0.5 และ CLMVร้อยละ 1.8 (2) ตลาดรอง ขยายตัวร้อยละ 21.2 โดยขยายตัวในตลาดเอเชียใต้ ร้อยละ 129.5ตะวันออกกลาง ร้อยละ 6.7 แอฟริกา ร้อยละ 6.8 ลาตินอเมริกา ร้อยละ 17.9 รัสเซียและกลุ่ม CIS ร้อยละ 30.2 และสหราชอาณาจักร ร้อยละ 3.7 แต่หดตัวในตลาดทวีปออสเตรเลีย ร้อยละ 7.7 และ (3) ตลาดอื่น ๆ ขยายตัวร้อยละ 184.6ตลาดสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 18.3 (ขยายตัวต่อเนื่อง 17 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 20.3

ส่งออกไทย

  • ตลาดจีน ขยายตัวร้อยละ 22.4 (ขยายตัวต่อเนื่อง 5 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เม็ดพลาสติก และผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2568ขยายตัวร้อยละ 17.9
  • ตลาดญี่ปุ่น หดตัวร้อยละ 3.1 (กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน) สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ และเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ยางพาราเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และทองแดงและของทำด้วยทองแดง ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2568 หดตัวร้อยละ 0.6
  • ตลาดสหภาพยุโรป (27) ขยายตัวร้อยละ 4.5(ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัวเช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ และไก่แปรรูปสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 9.1
  • ตลาดอาเซียน (5) หดตัวร้อยละ 0.5 (กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น สินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และน้ำตาลทราย ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 2.2
  • ตลาด CLMV หดตัวร้อยละ 1.8 (กลับมาหดตัวในรอบ 14 เดือน) สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ น้ำมันสำเร็จรูป และทองแดงและของทำด้วยทองแดง สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และเคมีภัณฑ์ ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 1.7
  • ตลาดเอเชียใต้ ขยายตัวร้อยละ 129.5 (ขยายตัวต่อเนื่อง 5 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่นอัญมณีและเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม และเคมีภัณฑ์ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ทองแดงและของทำด้วยทองแดง เส้นใยประดิษฐ์ และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 120.8

นายวุฒิไกร ลีวีระวุฒิไกร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สำหรับการเตรียมการรับนโยบายทรัมป์ นั้น ขณะนี้คณะทำงาน ได้มีการหารือร่วมกับภาคเอกชน และเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว แบบแพคเกจ ทั้งในเรื่องของการปรับขึ้นภาษี การค้าการลงทุน ความมั่นคง โดยได้มีการประสานกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา ( USTR )เพื่อขอพบและพูดคุย ซึ่งอยู่ในระหว่างการตอบรับจากสหรัฐฯ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image
© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.