ผู้สมัคร นายกเล็กเชียงใหม่ พรรคประชาชน ไม่หวั่น ทักษิณ ลงพื้นที่ช่วยเพื่อไทยหาเสียง เชื่อตระตุ้นคนตื่นตัว ใช้สิทธิเลือกตั้งมากขึ้น
เมื่อวันที่ 2 เมษายน นายธีรวุฒิ แก้วฟอง ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ หมายเลข 2 พรรคประชาชน เปิดเผยถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้นายอัศนี บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ หมายเลข 3 ซึ่งพรรคเพื่อไทยให้การสนับสนุน ว่า ไม่รู้สึกหนักใจอะไร ถือเป็นเรื่องปกติที่แกนนำหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงของแต่ละพรรคการเมืองจะลงพื้นที่มาช่วยผู้สมัครหาเสียงอยู่แล้ว ขณะที่ในพื้นที่เราก็มี ส.ส.ของพรรค 2 เขต คือ เขต 1 และ 2 รวมทั้ง สจ.อีก 6 คน ที่คอยช่วยเหลืออยู่แล้ว
ส่วนแกนนำสำคัญของพรรคก็มีแผนจะลงพื้นที่มาช่วยหาเสียง แต่ยังไม่ได้หารือและตกลงกันว่าใครจะมา และมาวันไหน เพราะพรรคส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่นในครั้งนี้ จำนวน 16 เทศบาลนครทั่วประเทศ แกนนำจึงต้องกระจายกันลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัครในแต่ละจังหวัดหาเสียง แต่ยืนยันว่าในสนามเลือกตั้งเทศบาลนครเชียงใหม่ มีแกนนำพรรคเดินทางมาช่วยหาเสียงแน่นอน เพราะทุกวันนี้ก็มีแกนนำหลายคนลงพื้นที่มาช่วยนายก อบจ.ลำพูน ของพรรคประชาชนทำงานอยู่ จึงมีโอกาสที่แกนนำจะเดินทางต่อมาเชียงใหม่เพื่อช่วยตนเองและผู้สมัคร สท.หาเสียง
ทั้งนี้ส่วนตัวยังโฟกัสที่การลงพื้นที่เป็นหลักเพื่อเข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด ส่วนแกนนำหรือบุคคลสำคัญที่จะลงพื้นที่มาช่วยหาเสียงก็เป็นอีกหนึ่งสีสัน และการที่นายทักษิณจะเดินทางมาถือเป็นเรื่องดี ไม่เฉพาะกับพรรคเพื่อไทย แต่ยังช่วยให้กระแสการเลือกตั้งเทศบาลนครเชียงใหม่ครั้งนี้ได้รับความสนใจ และเมื่อถูกจับตามองก็จะยิ่งกระตุ้นให้คนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันมากขึ้นด้วย หากคนมาใช้สิทธิกันเยอะๆยิ่งเป็นการดี โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีคุณภาพ เพราะยิ่งคนมาใช้สิทธิสูงถึง 60 -70% พรรคประชาชนก็ยิ่งได้เปรียบ
“ผมมีความมั่นใจเพราะเห็นคะแนนผู้มาใช้สิทธิตั้งแต่การเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2564 จนถึงการเลือกตั้ง อบจ.ปี 2567 ที่ผ่านมา คะแนนนิยมของพรรคสูงขึ้นต่อเนื่อง สัดส่วนประชาชนที่ลงคะแนนเลือกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคก้าวไกลเดิมอยู่ที่ 42% แต่พอการเลือกตั้ง อบจ.สัดส่วนประชาชนที่ลงคะแนนให้ผู้สมัครพรรคประชาชน เพิ่มขึ้นเป็น 48% และคะแนนความนิยมในพื้นที่เทศบาลนครไม่ได้ตกลงแต่อย่างใดกลับเพิ่มขึ้น”นายธีรวุฒิ กล่าว
อย่างไรก็ตามแม้คะแนนความนิยมของพรรคจะดี แต่ก็ไม่ประมาท และจำเป็นหรือไม่ที่แกนนำสำคัญจะต้องลงมาช่วยหาเสียง ถ้าแกนนำเช่นนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ถ้าไม่มาก็ไม่เป็นไรเพราะทุกคนก็มีภารกิจ ตนเองและผู้สมัคร สท.ทุกคนยังคงลงพื้นที่กันอย่างหนักหน่วง ตั้งแต่ก่อนวันรับสมัครจนกระทั่งวันแรกของการรับสมัครเมื่อ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ไม่ได้รู้สึกว่าถ้าแกนนำไม่มาช่วยแล้วเราจะแพ้แต่อย่างใด