โรวูล่า โชว์นวัตกรรมยานยนต์ผิวน้ำไร้คนขับ เอ็กซ์เกตเวย์ในงาน IPTC 2025
บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด หรือโรวูล่า (Rovula) ผู้เชี่ยวชาญด้านงานบริการตรวจสอบ ซ่อมแซม และบำรุงรักษา (Inspection, Repair, Maintenance (IRM)) โครงสร้างใต้น้ำ เช่น โครงสร้างแท่นสำรวจและผลิตรวมถึงท่อส่งปิโตรเลียมใต้ทะเล สร้างความฮือฮาในงาน International Petroleum Technology Conference (IPTC) 2025 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ด้วยการจัดแสดงนวัตกรรม “เอ็กซ์เกตเวย์” (Xgateway) ยานยนต์ผิวน้ำไร้คนขับ (Autonomous Surface Vehicle – ASV) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยโรวูล่า ภายใต้แนวคิด “Subsea Robotics Ecosystem” นับเป็นเวทีสำคัญระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้โรวูล่า ได้นำเสนอเอ็กซ์เกตเวย์ต่อสายตานานาประเทศ โดยยานยนต์ผิวน้ำไร้คนขับรุ่นใหม่นี้ได้รับการพัฒนาขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมพลังงานในการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการปฏิบัติงานใต้น้ำ
นายธษภิชญ ถาวรสุข ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โรวูล่า ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Underwater Solutions มุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาและยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมพลังงาน เอ็กซ์เกตเวย์จึงเป็นผลงานจากการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายในปัจจุบันโดยเอ็กซ์เกตเวย์มาพร้อมกับระบบนำทางอัตโนมัติ ควบคุมการทำงานระยะไกลผ่านดาวเทียม และติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับความผิดปกติใต้น้ำ ผสานการทำงานด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ เอ็กซ์เกตเวย์ ได้รับการออกแบบให้เป็นยานยนต์ปฏิบัติการอเนกประสงค์ สำหรับสนับสนุนภารกิจการตรวจสอบและบำรุงรักษาท่อส่งปิโตรเลียมใต้ทะเล รวมถึงการสำรวจพื้นที่ใต้ทะเลบริเวณใกล้ชายฝั่งโดยเฉพาะ โดยมีขนาดความยาว 10 เมตร ซึ่งมีจุดเด่นที่สำคัญดังต่อไปนี้
-ระบบปฏิบัติการอัตโนมัติเต็มรูปแบบ: เอ็กซ์เกตเวย์สามารถปฏิบัติภารกิจสำรวจและตรวจสอบท่อใต้น้ำได้โดยอัตโนมัติ ลดการพึ่งพาการควบคุมโดยมนุษย์ และลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่อันตราย
-เทคโนโลยีนำทางอัจฉริยะ: ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ DC และติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ขั้นสูง (GNSS, AIS, RADAR, LIDAR) ส่งผลให้เอ็กซ์เกตเวย์มีระบบนำทางที่มีความแม่นยำสูง สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง และปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-การควบคุมระยะไกลผ่านดาวเทียม: เชื่อมต่อด้วยระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม VSAT ที่ช่วยให้สามารถควบคุมและติดตามการปฏิบัติงานของเอ็กซ์เกตเวย์ได้จากระยะไกลแบบทันที (Real-time) ซึ่งนำไปสู่การลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ
-เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม: การทำงานของเอ็กซ์เกตเวย์ช่วยลดการใช้เรือสนับสนุนขนาดใหญ่ ส่งผลให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
-เพิ่มความแม่นยำและคุณภาพของข้อมูล: เอ็กซ์เกตเวย์ถูกออกแบบให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ ในระบบนิเวศน์หุ่นยนต์ใต้น้ำ (Subsea Robotics Ecosystem) ของโรวูล่า เช่น เอ็กซ์พลอเลอร์ (Xplorer) ยานยนต์สำรวจใต้ทะเลที่ปฏิบัติการด้วยระบบ AI ซึ่งช่วยให้การเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น ระบบสื่อสารใต้น้ำด้วยคลื่นเสียง หรืออุปกรณ์สำรวจทางอุทกศาสตร์ เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ เอ็กซ์เกตเวย์ไม่เพียงแต่ใช้สำหรับอุตสาหกรรมพลังงานเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปใช้กับหน่วยงานด้านความมั่นคงในการลาดตระเวนและป้องกันประเทศ ที่เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับภารกิจค้นหาและกู้ภัย ตลอดจนการสำรวจพื้นที่ชายทะเล หรือแม้แต่การรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น กรณีเรือจมที่ต้องการการตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยการจัดแสดงเอ็กซ์เกตเวย์ในครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาด โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานหลากหลายกลุ่ม ทั้งผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลังงาน บริษัทเทคโนโลยี นักวิชาการ และนิสิตนักศึกษา
“นับได้ว่าเอ็กซ์เกตเวย์เข้ามาปฏิวัติวงการด้านการตรวจสอบ ซ่อมแซม และบำรุงรักษาโครงสร้างใต้น้ำ (Subsea Inspection Repair and Maintenance(IRM)) ด้วยศักยภาพที่โดดเด่น เอ็กซ์เกตเวย์จะเป็น Game Changer ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลังงาน และอุตสาหกรรมอื่นๆ สามารถดำเนินงานใต้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น” นายธษภิชญ กล่าวทิ้งท้าย
สอบถามรายละเอียดหรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.rovula.com เพจเฟซบุ๊ก Rovula หรือโทร. 02 078 4000