คณะกรรมการถกคดีพิเศษ บริษัทไชน่าฯ วันนี้ ดีเอสไอลุยเอาผิด‘นอมินี’ก่อน ชี้หลักฐานชัด
GH News April 03, 2025 07:40 AM

คณะกรรมการถกคดีพิเศษ บริษัทไชน่าฯ วันนี้ ดีเอสไอลุยเอาผิด‘นอมินี’ก่อน ชี้หลักฐานชัด คิวต่อไปฮั้ว-วัสดุผิดสเปก ทูตจี้เอกชนจีนร่วมมือไทย อุตฯบุกรง.ชินเคอหยวนโยงตึกสตง.ถล่ม

ความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.2 ความลึก 10 กิโลเมตร มีศูนย์กลางอยู่ในประเทศเมียนมา แรงสั่นสะเทือนมีผลกระทบต่อประเทศไทยหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอาคารสำนักงานการผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ที่เขตจตุจักร อยู่ระหว่างก่อสร้างพังถล่มทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหายนั้น

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยกรณีรับอาคาร สตง.ถล่ม เป็นคดีพิเศษที่ 32/2568 ว่า การตรวจสอบพบพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้อง ความผิดทางอาญาที่อยู่ในอำนาจของดีเอสไอ อย่างน้อย 3 เรื่อง คือ 1.ความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 กำหนดไว้ว่ามีสินทรัพย์ตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งอยู่ในอำนาจของอธิบดีดีเอสไอ ที่จะรับเป็นคดีพิเศษได้ 2.ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 ว่าวัสดุต่างๆ ตรงสเปกหรือไม่ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายคดีพิเศษ โดยมีเกณฑ์ว่ามูลค่าผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป และคาดว่าเกินกำหนด และ 3.ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (ฮั้วประมูล) มีหลักเกณฑ์กำหนดไว้ว่าถ้าวงเงินเสนอราคาตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป อยู่ในเงื่อนไขรับเป็นคดีพิเศษ และไม่ต้องใช้มติ กคพ. โดยรับคดีความผิดนอมินี เป็นคดีพิเศษสืบสวนสอบสวนไปก่อน ส่วนความผิดอื่นๆ สามารถสอบสวนได้ตามหลัง

พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวอีกว่า สำหรับคดีพิเศษเลขที่ 32/2568 มี ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พร้อม พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และคณะทำงาน รวม 35 ราย จะมีการประชุมในวัน 3 เมษายน เป็นครั้งแรก

พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวอีกว่า สำหรับการรับคดีนอมินีเป็นคดีพิเศษ ในชั้นนี้พบว่ามีมูลเพราะธุรกิจการก่อสร้าง ส่วนใหญ่นิติบุคคลก็จะอนุญาตให้จดทะเบียนคนต่างด้าวไม่เกินร้อยละ 49 และคนไทยร้อยละ 51 ก็ต้องพิสูจน์ว่าคนไทยเป็นนอมินีหรือถือหุ้นแทนหรือไม่ เบื้องต้นพบว่าคนไทยสถานภาพไม่สอดคล้องกับการจะมาถือหุ้นในธุรกิจบริษัทใหญ่ได้ ยังมีหลักฐานการลงนามเอกสารเซ็นสัญญากิจการร่วมค้าต่างๆ คนต่างด้าวดูมีอำนาจครอบงำกิจการโดยพบว่าคนไทยกลุ่มนี้ยังถือหุ้นกับบริษัทอื่นไม่ต่ำกว่า 3 บริษัทในเครือจากทั้งหมด 13 บริษัท โดยจะต้องตรวจสอบเส้นทางการจดทะเบียน ประกอบธุรกิจ กรรมการผู้ถือหุ้น และตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับกลุ่มบริษัทที่ได้งานประมูลโครงการภาครัฐและอื่นๆ ว่าเข้าข่ายฮั้วประมูลหรือไม่

สำหรับคดีฮั้วประมูลนั้นมีความผิดหลายลักษณะ แต่หลักเกณฑ์ คือ การแข่งขันราคาอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งจะต้องสืบสวนข้อเท็จจริงจากคดีนอมินีก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์กรณีอาคารที่มีบริษัทจีนร่วมก่อสร้างในกรุงเทพฯ ถล่มจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวใน

เมียนมา โดยมีสาระสำคัญดังนี้ รัฐบาลจีนได้กำชับให้บริษัทจีนที่ดำเนินกิจการในต่างประเทศต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด และควรรับผิดชอบต่อสังคมในพื้นที่ที่เข้าไปดำเนินงาน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศนั้นๆ ทางฝ่ายจีนรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์อาคารที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างถล่มจากผลกระทบของแผ่นดินไหว จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก และขอแสดงความอาลัยต่อผู้เสียชีวิต และแสดงความห่วงใยผู้ได้รับบาดเจ็บ และครอบครัว

ที่ จ.ระยอง น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ คณะทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าทีมตรวจสุดซอยพร้อมคณะเข้าตรวจสอบบริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม WHA ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตเหล็กไม่ผ่านมาตรฐาน แล้วนำไปก่อสร้างอาคาร สตง.

โดยทีมงานชุดตรวจสอบเข้าไปพูดคุยกับทางตัวแทนบริษัท เพื่อขอใช้อำนาจเข้าไปตรวจสอบเหล็กที่ได้มีการอายัดเอาไว้ ว่าได้มีการแกะหรือลักลอบนำไปจำหน่ายหรือไม่ และจะขอตรวจสอบโรงงานผลิตเหล็กว่าได้มีการเปิดใช้งานหลังมีคำสั่งให้หยุดผลิตหรือไม่ นอกจากนี้ยังขอเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง ว่าที่ได้มีการส่งไปขาย สตง. เป็นเหล็กล็อตไหน และมีจำนวนมากเท่าไหร่ ซึ่งทางตัวแทนบริษัทยินดีที่จะให้ความร่วมมือ และให้สื่อมวลชนเข้าไปตรวจสอบในโรงงานด้วย ส่วนเรื่องเอกสารการซื้อขายเหล็ก จะขอรวบรวมส่งภายใน 7 วัน เนื่องจากทางบริษัทไม่ได้มีการขายตรงกับทาง สตง. แต่เป็นการขายผ่านเอเยนซี่ซึ่งเป็นพ่อค้าคนกลางอีกทอดหนึ่ง

ต่อมาทางคณะชุดตรวจสอบและสื่อมวลชน ได้เข้าไปตรวจสอบโกดังเก็บเหล็กเส้นที่ได้มีการอายัดเอาไว้ ทางผู้แทนบริษัทยืนยันว่าตั้งแต่กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีการสั่งอายัดไม่ให้นำเหล็กเส้นเหล่านี้ออกจำหน่าย ทางบริษัทก็ไม่เคยเข้าไปยุ่งกับเหล็กจำนวนดังกล่าวเลย และขอยืนยันว่าเหล็กทั้งหมดที่ได้มีการอายัดเอาไว้นั้นยังอยู่ครบทุกเส้น

จากนั้นทางคณะชุดตรวจสอบได้ขอตัดตัวอย่างเหล็กที่ได้มีการอายัดเอาไว้ โดยเฉพาะเหล็กเส้นข้ออ้อยที่มีขนาด 32 มิลลิเมตร ที่ตรงกับเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างอาคาร สตง.ไปตรวจสอบอีกครั้ง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image
© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.