สวิตเซอร์แลนด์ แชมป์ No.1 ประเทศดีที่สุดสำหรับการทำงาน ปี 2025
bangkokbiz April 03, 2025 07:56 AM

ท่ามกลางโลกการทำงานยุคดิจิทัลที่มีโอกาสด้านอาชีพการงานใหม่ๆ เกิดขึ้นมามากมาย วัยทำงานสมัยนี้ "การหางานไม่ได้ถูกจำกัด" อยู่แค่ในประเทศของตนเองเท่านั้น แต่มีโอกาสงานในต่างประเทศมากมายที่พร้อมอ้าแขนรับแรงงานข้ามถิ่นจากทั่วโลก หลายปีที่ผ่านมาแรงงานส่วนใหญ่อาจมองว่าตลาดงานที่ใหญ่ที่สุด และโอกาสสร้างรายได้ดีที่สุดของโลก อยู่ที่สหรัฐอเมริกาไม่ก็ประเทศจีน แต่ล่าสุดมีรายงานชี้ว่าในปี 2025 ทั้งสองประเทศดังกล่าวไม่ใช่ประเทศที่ดีที่สุด!

ตามรายงานล่าสุดของ Henley Opportunity Index ที่ได้รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์เกี่ยวกับโอกาสการทำงาน การสร้างรายได้ การอยู่อาศัยที่ดี ของประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อจัดอันดับว่าประเทศใดเหมาะสำหรับการย้ายไปทำงาน ผลการวิเคราะห์ปรากฏว่า "สวิตเซอร์แลนด์" ครองแชมป์อันดับ 1 เป็นประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการทำงานและอยู่อาศัย โดยได้สัดส่วนคะแนนรวมอยู่ที่ 84% (คะแนนเต็ม 100%)  ขณะที่โอกาสในการสร้างรายได้ คว้า 100 คะแนนเต็ม ส่วนคะแนนความก้าวหน้าในอาชีพได้ 81 คะแนน

 

สวิตเซอร์แลนด์ แชมป์ No.1 ประเทศดีที่สุดสำหรับการทำงาน ปี 2025

รองลงมาคือ "สิงคโปร์" และ "สหรัฐอเมริกา" เป็นอันดับที่ 2 และ 3 ตามลำดับ โดยสิงคโปร์ได้สัดส่วนคะแนนรวมอยู่ที่ 79% , โอกาสในการสร้างรายได้ 100 คะแนน , ความก้าวหน้าในอาชีพได้ 61 คะแนน ส่วนทางด้าน สหรัฐอเมริกา ได้สัดส่วนคะแนนรวมอยู่ที่ 78% , โอกาสในการสร้างรายได้ 89 คะแนน , ความก้าวหน้าในอาชีพได้ 75 คะแนน

ในขณะที่ "ประเทศไทย" อยู่ในอันดับที่ 23 ได้สัดส่วนคะแนนรวมอยู่ที่ 43% โดยในเกณฑ์ด้านโอกาสในการสร้างรายได้ อยู่ที่ 41 คะแนน ขณะที่เกณฑ์ความก้าวหน้าในอาชีพได้มา 44 คะแนน

10 อันดับประเทศที่ดีที่สุดในโลก สำหรับการย้ายไปทำงานและอยู่อาศัย ปี 2025

อันดับ 1 สวิตเซอร์แลนด์
คะแนนรวม 84%, โอกาสในการสร้างรายได้ 100 คะแนน, ความก้าวหน้าในอาชีพ 81 คะแนน

อันดับ 2 สิงคโปร์
คะแนนรวม 79%, โอกาสในการสร้างรายได้ 100 คะแนน, ความก้าวหน้าในอาชีพ 61 คะแนน

อันดับ 3 สหรัฐอเมริกา 
คะแนนรวม 78%, โอกาสในการสร้างรายได้ 89 คะแนน, ความก้าวหน้าในอาชีพ 75 คะแนน

อันดับ 4 ออสเตรเลีย
คะแนนรวม 76%, โอกาสในการสร้างรายได้ 69 คะแนน, ความก้าวหน้าในอาชีพ 66 คะแนน

อันดับ 5 แคนาดา
คะแนนรวม 73%, โอกาสในการสร้างรายได้ 66 คะแนน, ความก้าวหน้าในอาชีพ 74 คะแนน

อันดับ 6 สหราชอาณาจักร
คะแนนรวม 70%, โอกาสในการสร้างรายได้ 62 คะแนน, ความก้าวหน้าในอาชีพ 58 คะแนน

อันดับ 7 ยูเออี
คะแนนรวม 67%, โอกาสในการสร้างรายได้ 78 คะแนน, ความก้าวหน้าในอาชีพ 51 คะแนน

อันดับ 8 นิวซีแลนด์
คะแนนรวม 65%, โอกาสในการสร้างรายได้ 61 คะแนน, ความก้าวหน้าในอาชีพ 54 คะแนน

อันดับ 9 ออสเตรีย
คะแนนรวม 65%, โอกาสในการสร้างรายได้ 58 คะแนน, ความก้าวหน้าในอาชีพ 56 คะแนน

อันดับ 10 อิตาลี
คะแนนรวม 64%, โอกาสในการสร้างรายได้ 53 คะแนน, ความก้าวหน้าในอาชีพ 61 คะแนน 

 

สวิตเซอร์แลนด์ แชมป์ No.1 ประเทศดีที่สุดสำหรับการทำงาน ปี 2025

เปิดรายละเอียดข้อดีของประเทศ 10 อันดับแรก ที่ดีที่สุดในการทำงาน

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ "สวิตเซอร์แลนด์" ขึ้นแท่นอันดับ 1 ของโลก ในฐานะประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการอยู่อาศัยและทำงานนั้น ก็เป็นเพราะประเทศนี้มีศักยภาพในการสร้างรายได้สูง มีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพสูง และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชั้นนำถึง 7 แห่งจาก 250 อันดับแรกของโลก ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของทั้งนักลงทุนและผู้ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิต

ในขณะที่ "สิงคโปร์" คว้าอันดับ 2 เมืองลอดช่องแห่งนี้ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่เปิดกว้างที่สุดทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยระบบการศึกษาที่ก้าวหน้าและสภาพแวดล้อมเมืองที่มีชีวิตชีวา จึงเป็นศูนย์กลางที่ดึงดูดทั้งธุรกิจและบุคลากรที่มีศักยภาพสูงจากทั่วโลก ถัดมาอันดับ 3 "สหรัฐอเมริกา" มีจุดเด่นคือ เป็นประเทศที่เสนอเส้นทางสู่การเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรที่รวดเร็วผ่านโครงการ EB-5 Immigrant Investor Program อีกทั้งยังมีการเสนอวีซ่า "บัตรทอง" (Gold Card Visa) ซึ่งจะให้สิทธิพำนัก ทำงาน และให้โอกาสสู่การเป็นพลเมืองแก่ผู้ที่ลงทุนอย่างน้อย 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในขณะที่อันดับที่ 4 "ออสเตรเลีย" ได้สัดส่วนคะแนนรวมค่อนข้างสูง ซึ่งมาจากการเปิดตัวโครงการ National Innovation Visa ซึ่งมุ่งเน้นการดึงดูดนักลงทุนและผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสูง ส่วนอันดับที่ 5 "แคนาดา" เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้อพยพมาโดยตลอด โดยเฉพาะการเปิดรับแรงงานผ่านโครงการ Start-Up Visa Program อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลกำลังทบทวนนโยบายการย้ายถิ่นฐาน เนื่องจากวิกฤตค่าครองชีพที่สูงขึ้นในเมืองใหญ่อย่างแวนคูเวอร์และโตรอนโต

อันดับที่ 6 "สหราชอาณาจักร" มีจุดเด่นที่โครงการ Innovator Founder Visa ซึ่งสนับสนุนให้ผู้สมัครสามารถก่อตั้งธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต ถัดมาอันดับที่ 7 "สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)" มีโครงการ Golden Residence Visa ที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนที่มีมูลค่าขั้นต่ำ 550,000 ดอลลาร์ได้รับสิทธิพำนักระยะยาว ปิดท้ายที่อันดับที่ 8-10 "ออสเตรีย" และ "นิวซีแลนด์" ต่างมีเงื่อนไขให้ผู้สมัครต้องมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญเพื่อขอเป็นพลเมือง ขณะที่ "อิตาลี" ก็มีโครงการ Investor Visa ที่ให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ลงทุน

การย้ายถิ่นฐานของวัยทำงานทั่วโลก ช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ

Henley Opportunity Index ชี้ให้เห็นว่า การย้ายถิ่นฐานผ่านการลงทุนสามารถเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตให้แก่วัยทำงานได้อย่างมหาศาล ตัวอย่างเช่น ครอบครัวชาวเวียดนามที่มีคะแนนโอกาสเพียง 29% ในประเทศของตน อาจเพิ่มขึ้นเป็น 78% ได้ หากย้ายไปอยู่ในสหรัฐฯ ผ่านโครงการ EB-5 Immigrant Investor Program

ในทำนองเดียวกัน ครอบครัวชาวอินเดียที่มีคะแนน 37% อาจเพิ่มขึ้นเป็น 84% หากเลือกพำนักในสวิตเซอร์แลนด์ผ่าน Swiss Residence Program ขณะที่ครอบครัวชาวไนจีเรียที่มีคะแนนโอกาสเพียง 21% สามารถเพิ่มโอกาสของตนเป็น 79% หากได้รับสิทธิพำนักผ่าน Singapore Global Investor Program

นอกจากนี้ เส้นทางการลงทุนอื่นๆ เช่น วีซ่าทองคำของ UAE และ Active Investor Plus Visa ของนิวซีแลนด์ ก็ให้คะแนนโอกาสสูงถึง 67% และ 65% ตามลำดับ

ทั้งนี้ สำหรับวิธีการจัดอันดับของรายงานฉบับนี้ ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลจากเกณฑ์วัดผลหลายอย่าง ได้แก่ ศักยภาพในการสร้างรายได้, ความก้าวหน้าในอาชีพ, โอกาสการจ้างงานระดับสูง, การศึกษาระดับพรีเมี่ยม, ความคล่องตัวทางเศรษฐกิจ, ความน่าอยู่อาศัยสูง จากนั้นนำมาสรุปผลพร้อมจัดอันดับทั้งหมด 46 ประเทศ ที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับวัยทำงานที่อยากย้ายประเทศไปหางานทำต่างแดน โดยแต่ละเกณฑ์มีคะแนนเต็ม 100 คะแนน ข้อมูลทั้งหมดรวบรวมระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2025

 

 

อ้างอิง: VisualcapitalistHenleyglobalHenleyglobal2

 

© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.