แจงไม่ได้เก็บภาษีนำเข้าสหรัฐ 72% ‘จุลพันธ์’ ไม่แปลกใจแต่ไม่คิดจะสูงขนาดนี้ แต่ ‘ศิริกัญญา’ ช็อก ทรัมป์ขึ้นภาษี 36%
จากกรณี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศ วันปลดแอก (Liberation Day) ส่งแผนการเก็บภาษีนำเข้าฉบับใหม่ ซึ่งรวมถึงการเก็บภาษีพื้นฐาน 10% สำหรับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ และภาษีตอบโต้เพิ่มเติมสำหรับบางประเทศที่มีการเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ สูง โดยประเทศไทยโดนขึ้นภาษีนำเข้า 36% ตอบโต้ที่ไทยเก็บภาษีสหรัฐฯ สูงถึง 72% นั้น มีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เมษายน 2025 สำหรับภาษีพื้นฐาน และวันที่ 9 เมษายน 2025 สำหรับภาษีตอบโต้เพิ่มเติม
ด้าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แสดงมั่นใจว่าประเทศไทยมีแผนรับมือที่แข็งแกร่ง พร้อมที่จะเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม
ขณะที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ในรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ ระบุว่า “ไม่เซอร์ไพรส์ แต่ตัวเลข 36% สูงกว่าที่คาดไว้” พร้อมชี้แจงว่า ไทยเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ จริงเฉลี่ยอยู่ที่ 9–10% เท่านั้น ตัวเลข 72% ที่ทรัมป์อ้างอาจเป็นการรวมตัวแปรทั้งหมด หรือเป็นการคำนวณที่คลาดเคลื่อน
“เราต้องไปดูว่าตัวเลข 72% ของเขามาอย่างไร และต้องเจรจาให้ชัดว่าสินค้าใดที่เขามองว่าไม่เป็นธรรม” นายจุลพันธ์ กล่าว
รัฐมนตรีช่วยคลังยอมรับว่ามาตรการนี้จะส่งผลกระทบต่อการส่งออก และภาพรวมเศรษฐกิจไทย แต่ยังไม่แน่ชัดว่าการเก็บภาษี 36% จะครอบคลุมทุกสินค้า โดยหวังว่าอัตราดังกล่าวจะเป็นเพียง “maximum rate” หรือเพดานสูงสุด พร้อมกันนี้ เขาย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือร่วมกัน และจะดำเนินการเจรจาในนามประเทศไทยอย่างเต็มที่
ด้าน นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน มองว่าการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ครั้งนี้ช็อกโลก อัตรา 36% ที่ใช้กับไทยถือว่าสูงเกินความคาดหมาย
“ตอนแรกยังคิดว่า worst-case คงไม่เกิน 25% เพราะเรามีอัตราภาษีนำเข้าที่เฉลี่ยแค่ 10% เท่านั้น บางกลุ่มอย่างภาคเกษตรอาจจะสูงถึง 21% แต่ก็ไม่ถึง 72% อย่างที่สหรัฐฯ อ้างแน่นอน”
ศิริกัญญาระบุว่าการเก็บภาษี 36% เป็นลักษณะ “on-top” คือบวกเพิ่มจากภาษีเดิม ทำให้สินค้าไทยต้องเจอภาระภาษีซ้ำซ้อนในอัตราสูงทันที หากไม่มีการเจรจาอย่างเร่งด่วน จะกระทบกับทั้งภาคส่งออกและการลงทุนโดยตรง โดยเฉพาะภาคเกษตรและผู้ประกอบการ SME ที่มีความเปราะบาง
“ตอนนี้ฝุ่นยังตลบอยู่ แต่ถ้ารัฐบาลไม่ take action เร็ว ๆ เราอาจเสียโอกาสทั้งหมด” พร้อมเตือนว่า ประเทศที่ถูกเก็บภาษีมากถึง 90 ประเทศทั่วโลกต้องต่อคิวเจรจา ไทยจึงควรเร่งเตรียมข้อมูลเพื่อแลกเปลี่ยนเงื่อนไขอย่างมีประสิทธิภาพ
ศิริกัญญายังเตือนว่า หากจีนซึ่งโดนภาษีไปแล้วกว่า 54% หันไประบายสินค้ามายังภูมิภาคอื่น รวมถึงไทย จะยิ่งซ้ำเติมอุตสาหกรรมภายในประเทศที่แข่งขันกับสินค้าจีนได้ยาก พร้อมเสนอให้เร่งเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป (EU) เพราะเป็นอีกกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของทรัมป์เช่นกัน และอาจเปิดโอกาสในการสร้างตลาดใหม่ให้ไทยได้บ้าง
ข่าวล่าสุด