ครอบครัวร่วมรับศพ หญิงช่างรับเหมาไฟฟ้า ที่เสียชีวิตจากเหตุตึก สตง.ถล่ม มาบำเพ็ญกุศลที่ขอนแก่นแล้ว ด้านพ่อแม่ บุญรอด แรงงานตึกถล่ม ยันจะใช้เงินให้เกิดประโยชน์ เพราะแลกมาด้วยชีวิตลูก
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 เม.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนรถตู้ของมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้นำร่างของ น.ส.อรอุมา แก่นเมือง หรือ ปลา อายุ 38 ปี ชาวชุมชนพรานราษฎร์ ม.10 ต.ชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตึกของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างได้พังถล่มลงมา หลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา มาตั้งศพที่วัดโพธิ์ธาตุ บ้านชุมแพ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทางครอบครัว ญาติพี่น้อง และชาวบ้าน ได้ช่วยกันจัดสถานที่ไว้รอรับร่างของผู้เสียชีวิต หลังจากได้รับการยืนยันว่า ร่างของหญิงผู้เสียชีวิตที่เจ้าหน้าที่นำออกมาจากซากตึกได้เมื่อวันที่ 1 เม.ย. เป็นร่างของ น.ส.อรอุมา
โดยทันทีที่รถตู้นำส่งศพจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มาถึง น.ส.อารยา ลูกสาวของผู้เสียชีวิตและเป็นผู้ที่รอดจากเหตุตึกถล่ม ได้เข้าสวมกอดญาติพี่น้องที่มารอรับด้วยความโศกเศร้า ขณะที่นางกุลรัตน์ แก่นเมือง อายุ 60 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต ได้ร่ำไห้ด้วยความเสียใจพร้อมกับกอดน้องผู้การ หลานชายวัย 6 ขวบ ลูกชายของ น.ส.อรอุมา ไม่ต่างจาก ด.ช.อธิวัฒน์ ผ่องลุนหิต หรือ น้องกัปตัน อายุ 12 ปี ที่ร้องไห้เสียใจกับการที่ต้องสูญเสียแม่และพ่อไป
ซึ่งญาติต้องช่วยประคองตัวเอาไว้ในระหว่างที่ชาวบ้านช่วยกันนำโลงที่ข้างในมีร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นแม่ลงจากรถตู้ ท่ามกลางบรรดาญาติพี่น้องและชาวบ้านที่ต่างมาร่วมรับศพและแสดงความอาลัยต่อครอบครัว โดยก่อนที่จะนำหีบศพเข้าสู่ศาลา นายบุญธรรม แก่นเมือง อายุ 68 ปี บิดาของผู้เสียชีวิต และ น.ส.อารยา ได้จุดธูปบอกกล่าวดวงวิญญาณของ น.ส.อรอุมา ว่า มาถึงบ้านเราแล้วนะแม่ หนูพาพ่อกับแม่กลับมาหาน้องที่บ้านเราแล้วนะ จากนั้นเจ้าหน้าที่ฯและชาวบ้านก็ได้ช่วยกันยกหีบศพของ น.ส.อรอุมา เข้าไปบรรจุในโลงเย็น
น.ส.อารยา กล่าวว่า ช่วงเช้าของวันที่ 28 มี.ค. ขณะที่ตนเอง พ่อ แม่ แฟน และลูกน้องของพ่อและแม่ รวม 5 คน กำลังขับรถยนต์ออกไปทำงานที่ตึกตามปกติ ปรากฏว่ารถยนต์ได้เกิดยางแตก แต่ทุกคนก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นลางร้าย พอเปลี่ยนยางรถยนต์เสร็จก็พากันไปทำงานตามปกติ โดยไปถึงหน้างานที่ตึก สตง. ชั้น 27 ประมาณ 10.30 น. ก็พากันเริ่มงานเดินท่อสายไฟฟ้าตามปกติ ช่วงพักเที่ยงก็พากันกินข้าวและพักผ่อนก่อนที่จะเริ่มงานในช่วงบ่าย โดยหลังจากที่นั่งพักแม่ของตนเอง ได้ใช้ให้ลงไปเบิกอุปกรณ์ขึ้นมา ตนเองจึงลงลิฟท์ที่เป็นลิฟท์ขนส่งอุปกรณ์ไปข้างล่าง
" จำได้ว่าไปถึงข้างล่างเวลาประมาณบ่ายโมงเศษ ก็ยังได้ส่งข้อความไลน์พูดคุยกับแม่อยู่ตลอด แต่ในระหว่างที่ตนเองอยู่ที่ห้องเก็บอุปกรณ์เพื่อจะเบิกอุปกรณ์ ก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองโยกไปมาเหมือนอาการบ้านหมุน จึงได้ถอดหมวกออกและนั่งพิงเสา ระหว่างที่นั่งอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงเสาปูนแตกดังขึ้นต่อกัน 2 ครั้ง ก่อนที่จะเริ่มเห็นคนงานวิ่งออกมาจากตึก ตนเองจึงคว้ามือยายที่อยู่ใกล้กันวิ่งออกจากจุดนั้นมา"
น.ส.อารยา กล่าวต่อว่า ในระหว่างนั้นตนเองได้โทรหาแม่ พร้อมกับสอบถามว่าแม่อยู่ไหน ซึ่งแม่ได้บอกตนเองว่า ตอนนี้แม่ พ่อ และนายเจษฎา แฟนของตนเองอยู่ด้วยกันในที่ปลอดภัย ให้ตนเองรีบวิ่งออกจากบริเวณนั้นเลย ซึ่งหลังจากนั้นไม่ถึง 2 นาที ตึกก็ได้พังถล่มลงมา ตนเองจึงพยายามโทรหาแม่ แต่ก็ไม่มีใครรับสาย จึงพยายามโทรอีกแต่ก็ติดบ้างไม่ติดบ้าง จนกระทั้งผ่านไป 30 นาที ก็ไม่มีสัญญาณใดๆ จากโทรศัพท์ของแม่อีกเลย ซึ่งก่อนที่ตึกจะถล่มตนเองสังเกตเห็นว่า ไฟเครนมีประกายไฟเกิดขึ้น และปลายเครนหักลง โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัว
" ทุกคนที่ไปทำงานตั้งใจไว้ว่าจะกลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้ และตนเองก็เตรียมที่จะประกอบพิธีหมั้นกับนายเจษฎา หรือ ฟาส ซึ่งได้คบหาเป็นแฟนกัน แต่ก็มาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก่อน ซึ่งขณะนี้คนในครอบครัวยังรอการค้นหาและตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์อีก 2 คน คือ นายดำรง ผ่องลุนหิต พ่อของตนเอง และ นายเจษฎา ส่อนชัย หรือ ฟาส แฟนหนุ่ม ซึ่งมีญาติฝ่ายพ่อและแม่ของฟาส รอตฝอยู่ที่กรุงเทพฯ ซึ่งตนเองก็ยังรอปาฏิหาริย์ที่อาจจะเกิดขึ้น ส่วนเรื่องที่ตนเองเป็นห่วงขณะนี้ก็คือ น้องชายทั้ง 2 คน โดยเฉพาะน้องกัปตัน ที่มีนิสัยไม่คอยพูด อยากให้น้องได้เรียนในระดับที่สูงๆ เพราะเขาเคยบอกกับแม่ว่า อยากเรียนหนังสือในระดับที่สูง ๆ ซึ่งเป็นความตั้งใจของน้องที่เคยบอกไว้กับแม่ด้วย
ด้านพ่อแม่ บุญรอด แรงงานตึกถล่ม ยันจะใช้เงินให้เกิดประโยชน์ เพราะแลกมาด้วยชีวิตลูกเตรียมฌาปนกิจศพ นายบุญรอด วัย 34 ปี แรงงานตึก สตง.ถล่ม จากแผ่นดินไหว ด้าน พ่อ แม่ ยืนยัน จะใช้เงินให้ประหยัดเกิดประโยชน์ ที่สุด เพราะแลกมาด้วยชีวิตลูก หลังรับเงินเยียวยา เกือบ 2 ล้านบาท ส่วนนายจักรกฤษณ์ แรงงานวัย 18 ปี เพื่อนบ้าน ยังไม่รู้ชะตากรรม ญาติยังรอปาฏิหาริย์ พบทั้งหมู่บ้าน ไปทำงาน มากถึง 5 คน ที่เหลือปลอดภัย สูญหายอีก 1 คน