3 เม.ย. 2568 น.ส.เอ (นามสมมุติ) ส่งเรื่องร้องเรียนไปยังเพจ "มูลนิธิเป็นหนึ่ง" ว่าถูกอดีตสามี ซึ่งเป็นแพทย์ใหญ่ในโรงพยาบาลชื่อดังใน กทม. และแม่สามี บุกเข้าบ้านแย่งลูกน้อยวัย 1 เดือน ไปจากอ้อมอก โดยระบุรายละเอียด ว่า
สวัสดีค่ะมูลนิธิเป็นหนึ่ง ก่อนอื่นหนูขอเล่ารายละเอียดคร่าวๆ หนูอายุ 26 ปี จบป.โท จากมหาลัยรัฐชื่อดังแห่งหนึ่ง เป็นลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อแม่ ได้ตั้งครรภ์และแต่งงานกับสามี ซึ่งเป็นแพทย์ รพ.เอกชน ชื่อดังแห่งหนึ่งในกทม. ซึ่งเค้ามีรายได้ 150-200 k แต่มีเรื่องราวแปลกๆ เกิดขึ้นจากทางบ้านสามี ที่สื่อได้ว่าไม่ได้ยอมรับในตัวหนู
เช่น ไม่ให้ใช้ภาพที่เป็นครอบครัวสามีมาทำ presentation ในงานแต่ง ฝั่งสามีมางานแต่งแค่ 3 คน ซึ่งญาติฝั่งหนูมี 500 กว่าคน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สามีไม่เคยให้เข้าบ้าน เวลาไปบ้านเค้าก็จะให้นั่งรอในรถที่ไม่เปิดแอร์นานถึง 2 ชม. ในขณะที่เราตั้งครรภ์อยู่
ซึ่งตั้งแต่ท้องเค้าจะมาอยู่กับหนูที่หอพักแถวพระราม 8 หนูเป็นคนจ่ายค่าหอเอง ทั้งค่าน้ำไฟ อินเทอร์เน็ต และกินอะไรจะหาร 2 ตลอด แม้ตอนท้อง มีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นหลายอย่าง
วันที่เลิกกันหนูขอตามเค้าไปที่บ้าน 1 ครั้ง เพราะอยากรู้ว่าที่บ้านเค้าไม่ชอบอะไรในตัวหนู แต่หนูก็โดนด่ากลับมาเยอะมากค่ะ เช่น ไม่ให้หนูกินข้าว ให้มันไปซื้อเอา ถ้าไม่ออกจากบ้านชั้นไป ชั้นจะแจ้งตำรวจมาจับเธอ (แม่เค้ากล่าว) และการกระทำต่างๆ ที่ปล่อยให้หนูอั้นปัสสาวะในรถตอนท้องอยู่ถึง 2 ชม. และไม่ได้ติดเครื่องไว้ หนูโทรไปขอให้เค้าพาไปเข้าห้องน้ำ 20 กว่าสาย เค้าเห็นแต่ก็ไม่ได้รับสาย หนูทนเพราะแถวนั้นไม่มีปั๊มที่เดินไปได้เลย
จนวันหนึ่งสามีได้ทิ้งไป โดยให้ที่บ้านเข้ามาบุกที่หอที่เราอยู่ด้วยกัน โดยสวมใส่ถุงมือมาด้วยและทิ้งไปเลย ซึ่งตอนนั้นตัังท้องได้ 16 สัปดาห์ แต่หลังจากนั้นก็โยนเงินให้หนูเดือนละ 10,000 บาท เพราะทางหนูขอไปนะคะ
สภาพจิตใจหนูแย่มากค่ะ เลยต้องยกเลิกสัญญาหอ และกลับไปอยู่บ้านที่ตจว. (หนูไม่เคยไประรานที่รพ. ไม่เคยเอาเค้าไปพูดในทางที่ไม่ดีเลยนะคะ ตลอดระยะเวลาที่ทิ้งจนถึง 9 เดือน) และเป็นเรื่องที่ตกใจมาก ทางรพ.เค้า และทางทีมแพทย์ไม่เคยทราบเลยว่าเค้าแต่งงานมีลูกแล้ว
จนวันนี้น้องคลอด บ้านสามีอยากได้เด็กค่ะ เพราะคิดว่าคงอยากตัดขาดหนูไปเลย เลยให้ทนายทำสัญญาขึ้นมา 10 ข้อ เป็นหนังสือเหมือนยกบุตรให้ค่ะ หนูไม่ได้อยากเซ็นนะคะ แต่เค้าไม่พอใจ และหนูไม่มีทางเลือกค่ะ หนูกลัวมาตลอด ไม่สามารถสู้เค้าได้ เพราะหนูไม่มีเงินเท่าเค้า เพราะในสัญญาแจ้งว่า ถ้าหนูปฏิบัติไม่ได้ตามนี้ในข้อหนึ่งข้อใด หนูต้องจ่ายเงินคืนเค้าทั้งหมด
หนูทรมานมากค่ะพี่ หนูสู้มากับลูกแค่ 2 คน ทั้งภาวะซึมเศร้าขณะตั้งครรภ์ที่หนูต้องขังตัวเองอยู่ในหอ เพราะมีภาพจำที่โดนบ้านเค้าเข้ามาบุกที่ห้อง
ตั้งแต่วันเกิดเหตุหนูได้ติดต่อไปยังสถานที่ทำงานแล้วก็ไม่สามารถเจอลูกได้เหมือนเดิมค่ะ แถมเค้ายังหาว่าหนูไปทำให้เค้าเสียชื่อเสียง หนูไม่ได้มีเจตนาดังที่ว่านะคะ หนูแค่อยากหาตัวกลางในการประสานเรื่องลูกค่ะ ซึ่งหนูไม่รู้จะติดต่อเค้าทางไหนแล้วจริงๆ ตำรวจก็แล้ว ก็ยังไม่สามารถพบเจอลูกได้ค่ะ หนูคิดถึงลูกมาก พยายามไปหาสถานที่อยู่แล้วก็ไม่พบว่าลูกอยู่ที่ไหน ติดต่ออีกฝ่ายไม่ได้เลย ติดต่อได้ก็โดนด่ากลับมา ถามว่าเด็กอยู่ที่ไหนก็ตอบไม่รู้ๆ ตอบปัดไปหมด
ซึ่งในคลิปที่โดนแย่งลูกไป หนูมีแผลผ่าตัดคลอดได้แค่ 1 เดือน และร่างกายที่บอบช้ำด้วย เค้าอุ้มลูกหนูขึ้นรถและล็อคประตูทั้ง 4 ด้านเลยค่ะ แรงหนูเริ่มหมด สู้ไม่ไหวค่ะ เพราะปวดแผลที่ผ่าไปมาก เลยต้องปล่อยให้เค้าดึงลูกไปได้ หนูขอความอนุเคราะห์จากทางมูลนิธิด้วยนะคะ
ล่าสุดวันนี้ 3 เม.ย. 2568 มูลนิธิเป็นหนึ่งพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กรุงเทพมหานคร พาผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ที่ กระทรวงสาธารณสุข โดยมีนายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เข้ารับเรื่องไว้ โดยจะเร่งตรวจสอบและให้ทีมกฎหมายเข้ามาดูแลเรื่องข้อกฎหมายและการฟ้องร้อง