เชียงใหม่พบตะกั่ว-สารหนูในแม่น้ำกก สาธารณสุขจังหวัดฯ ชี้ระดับเกินค่ามาตรฐานกระทบสุขภาพขั้นรุนแรง อาจชักหรือหมดสติ
วันที่ 5 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า กรณีแม่น้ำกกมีสีขุ่นผิดปกติบริเวณพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) รายงานผลการดำเนินการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำในห้องปฏิบัติการ พบว่า ตะกั่ว และสารหนู มีค่าเกินมาตราฐาน ซึ่งตะกั่วที่พบในแม่น้ำกก อาจส่งผลต่อสุขภาพทำให้เกิดอาการ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง อย่างรุนแรง อาจชักหรือหมดสติ
สำหรับสารหนู ผู้ที่ได้รับพิษ จะเกิดความผิดปกติของผิวหนังโดยทำให้เกิดผื่นคันบริเวณที่สัมผัส คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียได้ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำ หรือใช้น้ำไปปรุงอาหาร หรือรดน้ำพืชผัก โดยเฉพาะเด็กและหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากเด็กมีน้ำหนักตัวน้อย จึงได้รับสารหนูในปริมาณที่สูงกว่าผู้ใหญ่ และหญิงตั้งครรภ์มีโอกาสพบสารหนูในน้ำนมแม่ และสามารถผ่านทางรกไปยังลูกได้
นอกจากนั้น ผลการตรวจคุณภาพน้ำยังพบว่ามีปริมาณโคลิฟอร์ม แบคทีเรียสูง ซึ่งหากนำน้ำดังกล่าวมาบริโภคจะทำให้เกิดอาการไข้ ปวดท้อง และท้องเสีย โดยการนำน้ำมาใช้ควรผ่านกระบวนการทำความร้อน เช่น การต้มให้น้ำเดือด หรือผ่านระบบเครื่องกรองน้ำ ที่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็สามารถช่วยกำจัดหรือควบคุมปริมาณของแบคทีเรียให้พอเหมาะ
นายแพทย์วรัญญู กล่าวว่า เพื่อเป็นการป้องกัน และลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนจากสถานการณ์ดังกล่าว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แนะนำให้ประชาชน หลีกเลี่ยงการนำน้ำในแม่น้ำกกมาบริโภคโดยตรง หากมีประวัติสัมผัสน้ำโดยตรง และมีอาการ ผื่นคัน ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน หรือท้องเสีย ควรพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ พร้อมทั้งขอให้ติดตามข้อมูลสถานการณ์จากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ จะดำเนินการติดตามเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด โดยผู้ที่มีอาการหรือสงสัยว่าเจ็บป่วยจากการสัมผัสน้ำในแม่น้ำกกดังกล่าว สามารถเข้ารับการรักษาได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านตามสิทธิการรักษา