เมื่อวันที่ 5 เมษายน พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์แม่น้ำกกในพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พบการปนเปื้อนสารหนูและตะกั่วเกินค่ามาตรฐาน โดยเฉพาะบริเวณบ้านแก่งตุ้ม ซึ่งมีค่าสารหนูสูงถึง 0.026 มก./ลิตร ขณะที่ปริมาณมาตรฐานต้องไม่เกิน 0.01 มก./ลิตร และสารตะกั่วสูงถึง 0.076 มก./ลิตร มาตรฐานไม่เกิน 0.05 มก./ลิตร ส่งผลให้ประชาชนที่ใช้น้ำอุปโภค-บริโภคอาจได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากโลหะหนักเหล่านี้ เช่น ผื่นคัน ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน รวมทั้ง เสี่ยงต่อการสะสมสารพิษระยะยาว อาจเกิดมะเร็งผิวหนัง โรคทางระบบประสาท
ด้าน พญ.นงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากการยืนยันข้อมูลร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ พบว่า ผลการตรวจแม่น้ำกกใน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ 3 จุด มีค่าความขุ่น ค่าความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ (BOD) ค่าฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย ค่าแอมโมเมีย และโลหะหนัก ได้แก่ สารหนู และตะกั่วเกินเกณฑ์มาตรฐาน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเฝ้าระวังน้ำประปาในพื้นที่แล้ว พบว่า น้ำประปามีคุณภาพตามมาตรฐาน ทั้งน้ำประปาจากการประปาส่วนภูมิภาคที่ใช้น้ำดิบจากแม่น้ำฝาง และน้ำประปาในหมู่บ้านที่ใช้น้ำจากประปาภูเขา
นพ.นิธิรัตน์ บุญตานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ กล่าวว่า แม่น้ำกกไหล ผ่าน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ใน อ.เมือง อ.เวียงชัย อ.เวียงเชียงรุ้ง อ.แม่จัน อ.ดอยหลวง และ อ.เชียงแสน จึงแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแม่น้ำกก เพื่ออุปโภค-บริโภค และควรใช้น้ำประปาที่ผ่านปรับปรุงคุณภาพแล้ว ทั้งน้ำประปา จากการประปาส่วนภูมิภาคและประปาหมู่บ้านที่ผ่านการตรวจคุณภาพน้ำแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และหากประชาชนพบอาการผิดปกติจากการสัมผัสสารหนูหรือตะกั่ว เช่น ผื่นคัน คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย เวียนศีรษะ ซึม ชักหรือหมดสติ ควรรีบพบแพทย์ในพื้นที่เพื่อประเมินอาการและเข้ารับการรักษาโดยเร็ว