เชื่อมั่นท่องเที่ยว Q1 ซึม หวั่นนโยบาย ‘ทรัมป์’ ทุบซ้ำ
SUB_NOI April 06, 2025 09:20 AM

จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม-31 มีนาคม 2568 หรือไตรมาส 1/2568 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมรวม 9,549,004 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 462,747 ล้านบาท

โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 1,331,434 คน รองลงมาคือ มาเลเซีย 1,153,496 คน รัสเซีย 722,202 คน อินเดีย 543,770 คน และเกาหลีใต้ 497,930 คน ตามลำดับ

หากวิเคราะห์ตัวเลขข้างต้นเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่าไตรมาสแรกปีนี้ ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตขึ้นราว 2% ขณะที่เดือนมีนาคม 2568 มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงจากเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ประมาณ 2.6 แสนคน และเป็นการลดลงต่อเนื่องจากเดือนกุมภาพันธ์ 2568

เชื่อมั่น Q1/68 สูงกว่าปี’67

แหล่งข่าวจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ให้ข้อมูลว่า จากการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการการท่องเที่ยวในประเทศไทย ไตรมาส 1/2568 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จังหวัดสงขลา พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยวไตรมาส 1/2568 อยู่ในระดับ 83 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2567 ที่อยู่ในระดับ 75

หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ผู้ประกอบการทั่วประเทศมองว่าในไตรมาสนี้ดีกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาเล็กน้อย (81) แต่ก็ยังต่ำกว่าระดับที่ต่ำกว่าปกติ

“ในไตรมาสแรกของปี 2568 นี้แม้จะมีเทศกาลสำคัญหลายเทศกาล เช่น เทศกาลปีใหม่ วาเลนไทน์ และตรุษจีน แต่ด้วยประเด็นปัญหาลักพาตัวนักแสดงจีน ทำให้สร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นอย่างมาก ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนหดตัวอย่างชัดเจนเมื่อเทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน”

อัตราเข้าพักโรงแรมเฉลี่ย 56%

ในส่วนของอัตราการเข้าพักโรงแรมทั่วประเทศนั้นพว่า ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา โรงแรมของไทยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยรวมร้อยละ 56 โดยภาคใต้มีอัตราการเข้าพักสูงสุดที่ร้อยละ 71 รองลงมาเป็นภาคตะวันออก ร้อยละ 63 ขณะที่ภาคกลางมีอัตราการเข้าพักต่ำสุดที่ร้อยละ 48

สำหรับโรงแรมและที่พักในกรุงเทพฯนั้นพบว่า อัตราการเข้าพักและรายได้ลดลงมากเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2567 ทั้งนี้ อาจเป็นผลจากการเกิด PM 2.5 ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหลีกเลี่ยงการมาเที่ยวในกรุงเทพฯ และหันไปพักโรงแรมในภาคใต้และภาคตะวันออกมากขึ้น

คาดไตรมาส 2 (ยัง) ร่วงต่อ

ข้อมูลจากการสำรวจยังคาดการณ์ว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวไตรมาส 2/2568 จะอยู่ในระดับ 81 ลดลงกว่าไตรมาส 1/2568 เล็กน้อย (83) แต่จะดีกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่อยู่ในระดับ 79

โดยผู้ประกอบกาท่องเที่ยวรในเกือบทุกภูมิภาคคาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวในไตรมาส 2 นี้จะลดลงกว่าไตรมาสแรก ยกเว้นภาคกลางที่คาดว่าจะดีขึ้น โดยภาคใต้ (89) ประเมินว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวจะเป็นบวกมากกว่าภูมิภาคอื่น รองลงมาคือภาคตะวันออก (82) ภาคตะวันตก (77) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (77)

ทั้งนี้ หากแยกตามประเภทธุรกิจจะพบว่า ผู้ประกอบการร้านขายของฝากของที่ระลึก สวนสนุก/ธีมพาร์ค คาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวในไตรมาส 2 นี้จะดีขึ้นกว่าไตรมาส 1/2568

ส่วนบริการขนส่งนักท่องเที่ยว ร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยว ธุรกิจสปา/นวดแผนไทย และสถานบันเทิง คาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวในไตรมาส 2 นี้จะลดลงจากไตรมาส 1

หวัง “สงกรานต์” หนุน

อย่างไรก็ตาม มองว่าประเทศไทยยังมีปัจจัยที่คาดว่าจะส่งผลต่อการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 2 เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน หรือ “เที่ยวคนละครึ่ง” ซึ่งรัฐบาลมีแผนจะออกในช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน 2568 เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่น ภายใต้งบประมาณเฟสแรกประมาณ 3,500 ล้านบาท สำหรับ 1 ล้านสิทธิ

เทศกาลสงกรานต์ หรือ Maha Songkran World Water Festival 2025 ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “มหาสงกรานต์ มหาสนุก” ในพื้นที่ 17 จังหวัดทั่วประเทศ 5 เมืองอัตลักษณ์ 12 เมืองน่าเที่ยวจาก 4 ภาค และกรุงเทพฯ อีก 4 จุดใหญ่ พร้อมส่งเสริม Soft Power ผ่านบทเพลงสงกรานต์ 20 ภาษา

โครงการแจกเงิน 10,000 เฟส 3 ที่คาดว่าจะโอนเงินให้กลุ่มที่เป็นเป้าหมายได้ในช่วงไตรมาส 2 นี้

ขณะที่ในส่วนของตลาดต่างประเทศนั้นพบว่า ทั่วโลกมีการเปิดเส้นทางการเชื่อมต่อสายการบินมากขึ้น นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางได้หลายเส้นทาง นอกจากนี้กระบวนการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองโดยเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์จะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น

รวมถึงมาตรการวีซ่าฟรีและการยกเว้นแบบ ตม.6 สำหรับบางประเทศที่ยังคงทำเให้เกิดความสะดวกรวดเร็วยของกระบวนการเดินทางเข้า-ออกประเทศ และเอื้อให้นักท่องเที่ยวจากทุกประเทศทั่วโลกเดินทางเข้ามาประเทศไทยได้มากขึ้น

หวั่นนโยบาย “ทรัมป์” ทุบซ้ำ

ขณะเดียวกันในช่วงไตรมาส 2 นี้ก็มีปัจจัยเสี่ยงที่มีนัยสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากนโยบายของสหรัฐ หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งที่ 2

โดยคาดการณ์ว่านโยบายของ “โดนัลด์ ทรัมป์” จะทำให้เกิดความไม่แน่นอนและเกิดความปั่นป่วนของเศรษฐกิจโลกจากสงครามการค้าที่สหรัฐจะขึ้นภาษีนำเข้ามาเป็นเครื่องมือเจรจาต่อรอง โดยประเทศไทยติดอันดับที่ 11 ของประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐ และอาเซียนเองก็เกินดุลการค้าเป็นอันดับ 2 รองจากจีน

ทำให้ประเทศไทยและประเทศใอานเซียนอาจตกเป็นเป้าหมายของมาตรการทางการค้าของสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลต่อภาคการค้าของไทยและอาจจะกระทบถึงภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอนาคต

นอกจากนี้ปรากฏการณ์การช่วงชิงนักท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นทั่วเอเชีย ทั้งญี่ปุ่น จีน เวียดนาม เกาหลี มาเลเซีย สิงคโปร์ ฯลฯ ต่างก็มีกลยุทธ์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่นกัน

กราฟิก ยอดนักท่องเที่ยว

คาดปี’68 นักท่องเที่ยว 38 ล้าน

ข้อมูลการสำรวจดังกล่าวยังคาดการณ์ด้วยว่า ในช่วงไตรมาส 1/2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 9 ล้านคน ต่ำกว่าปี 2562 ร้อยละ 11.4 มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 470,300 ล้านบาท น้อยกว่าปี 2562 ร้อยละ 9.4

และคาดว่าทั้งปี 2568 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมประมาณ 38.2 ล้านคน ต่ำกว่าปี 2562 ร้อยละ 4.3 และมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 1,879,658 ล้านบาท ต่ำกว่าปี 2562 ร้อยละ 1.7 (ดูตารางประกอบ)

© Copyright @2025 LIDEA. All Rights Reserved.