แม่จูงลูกสาววัย 20 ปี แจ้งความถูกชายที่เพิ่งออกรายการดัง ข่มขู่กักขังทำร้ายร่างกาย
เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 5 เมษายน นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ผู้เป็นแม่ได้พา น.ส.บี บุตรสาว อายุ 20 ปี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ว่าถูกนายภูวัต หรือโจ อายุ 24 ปี หนุ่มคนดังที่เพิ่งไปออกรายการโหนกระแสมาเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา เกี่ยวกับเรื่องที่นายโจอ้างว่าถูกลูกเลี้ยง แม่เลี้ยง และเจ้าหน้าที่ตำรวจจับยัดยาเสพติดพร้อมกับเรียกจำนวน 400,000บาท และยังถูกบังคับกดเงินจากแอพพ์ธนาคารที่มีเงินอยู่ล้านกว่าบาทไปจนเกลี้ยงบัญชี นอกจากนี้สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท สร้อยข้อมือน้ำหนัก 2 บาท แหวนทองน้ำหนัก 1 บาท รวม 5 บาท ได้ถูกเอาไปด้วย จนกลายเป็นข่าวฮือฮาเมื่อรายการโหนกระแส เชิญตัวนายโจไปออกรายการ โดย น.ส.บี ได้มาแจ้งความดำเนินคดีกับนายโจ ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สินเสียหาย
น.ส.บี หญิงสาวผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนเองเพิ่งรู้จักกับนายโจเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา หลังจากที่นายโจกลับมาจากรายการโหนกระแสแล้ว ในช่วงเย็นนายโจได้ไลฟ์สดในเฟซบุ๊กเกี่ยวกับคดีของตัวเขาเอง ซึ่งตนเองก็ได้ติดตามดูอยู่ จึงได้คอมเมนต์ไปให้กำลังใจนายโจ จากนั้นจึงนายโจชักชวนให้เดินทางมาหาที่บ้านพักย่านเมืองนนท์ เป็นจังหวะที่ตนเองมีปัญหากับแม่อยู่พอดี จึงได้เรียกรถนั่งไปหานายโจที่บ้านพัก แล้วพักอาศัยอยู่ด้วยกันในฐานะแฟน โดยตนไม่ได้กลับไปบ้านเลยเนื่องจากนายโจไม่ยอมให้ตนกลับ พร้อมกับข่มขู่ว่าหากตนเองหนีกลับบ้านไปนายโจจะยิงตัวตาย ทำให้ตนเองไม่กล้ากลับบ้านเพราะกลัวว่านายโจซึ่งเป็นคนอารมณ์รุนแรงและมีอาวุธปืนพกอยู่จะก่อเหตุตามที่ขู่
น.ส.บี กล่าวอีกว่า จนกระทั่งเมื่อช่วงเย็นตนได้ขอร้องกับนายโจว่าจะขอกลับบ้านเพราะแม่โทรศัพท์ตามหาแล้ว แต่นายโจก็ไม่ยอมตนกลับบ้านอีก แล้วปาโทรศัพท์มือถือตนทิ้ง และกระชากตนจนล้มทำให้เป็นแผลฟกช้ำที่ขา ทำให้ตนตกใจกลัวพฤติกรรมของนายโจที่เริ่มลงมือทำร้ายร่างกายตน ตนจึงได้พยายามแอบติดต่อเพื่อขอความช่วยเหลือจากทางแม่
จนกระทั่งช่วงค่ำระหว่างที่นายโจไลฟ์สดในเฟซบุ๊กเพื่อพูดคุยกับกลุ่มคนที่ติดตาม หลังกลายเป็นคนดังจากการไปออกรายการโหนกระแส แล้วนายโจได้พูดคุยถึงเรื่องไม่ยอมปล่อยให้ตนกลับบ้าน จนมีคนเข้ามาคอมเมนต์ว่า สิ่งที่นายโจทำอยู่ตอนนี้คือการกักขังหน่วงเหนี่ยว เดี๋ยวคงมีตำรวจไปตามถึงบ้าน ทำให้นายโจรีบไล่ให้ตนออกจากบ้านพร้อมกับเรียกรถจากแอพพลิเคชั่นมารับถึงบ้าน ระหว่างทางตนจึงได้โทรศัพท์หาแม่ แม่จึงให้ตนนั่งรถเดินทางมาที่โรงพักเพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายโจ โดยระหว่างที่ น.ส.บี กำลังแจ้งความอยู่นั้นนายโจได้โทรศัพท์เข้ามาหา น.ส.บี ด้วย แต่ไม่กล้ารับสายเพราะยังตกใจกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้าน นางเอ มารดาของ น.ส.บี กล่าวว่า ตนกับลูกสาวมีปัญหาทะเลาะกัน ทำให้ลูกสาวหนีออกจากบ้านไป ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าลูกสาวตนไปอยู่กับนายโจได้ยังไง และตนก็ไม่รู้ด้วยว่านายโจเป็นใครหรือดังในเรื่องอะไร ตนรู้แค่ว่าหลังลูกสาวส่งข้อความแปลกๆมาขอความช่วยเหลือจากตนแล้ว ตนก็ใจคอไม่ดีเป็นห่วงกลัวว่าลูกสาวจะถูกทำร้ายร่างกายหรือถูกฆ่า เพราะเห็นนายโจพูดในรายการว่าตัวเขามีอาวุธปืน
ตนจึงได้ปรึกษาและขอความช่วยเหลือไปยังเพจกล้าที่จะก้าวให้มาช่วยเหลือเพราะเกรงว่าลูกสาวตนจะไม่ปลอดภัย จนกระทั่งลูกสาวตนถูกปล่อยตัวออกมาเพราะมีคนเข้าไปคอมเมนต์ในไลฟ์สดของเขา ตนไม่ได้รู้หรือสนใจมาก่อนเลยว่านายโจจะเป็นใคร โด่งดังมีเงินทองขนาดไหน แต่จากพฤติกรรมของเขา ตนคงไม่กล้าให้ลูกสาวกับไปคบหาอีก เพราะหากวันหนึ่งนายโจควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วใช้อาวุธปืนที่มีมายิงใส่ลูกสาวตน ลูกสาวตนก็คงตายฟรีเหมือนกัน
ด้านนายอธิวัฒน์ สิริกังวาลวงศ์ ผู้ก่อตั้งเพจกล้าที่จะก้าว กล่าวว่า เรื่องนี้ตนจะพาผู้เสียหายไปที่กระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้ประสานกับทางโฆษกของกระทรวงไปในการขอพาผู้เสียหายเข้าคุ้มครองพยาน เพราะตัวของหญิงสาวผู้เสียหายยังคงมีความกลัวหวาดระแวงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนในเรื่องคดีนั้น ตนจะขอความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดคดีนี้ด้วย เพราะตัวผู้ก่อเหตุเป็นคนดังในกระแสสังคมอยู่ในขณะนี้ และยังประกาศในรายการด้วยว่าเขามีอาวุธปืนครอบครองอยู่ซึ่งถือว่าในตอนนี้เป็นบุคคลอันตรายมากซึ่งตนจะประสานกับทางอำเภอให้เพิกถอนการครอบครองปืนของบุคคลรายนี้ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูวัต หรือ โจ หลังออกมาให้ข่าวว่าเขาตกเป็นผู้เสียหายหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.นนทบุรี นำกำลังเข้าจับกุมตัวในบ้านพักพร้อมอาวุธปืน 1 กระบอก แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันกับแม่เลี้ยง ลูกเลี้ยง วางแผนยัดยาเพื่อรีดทรัพย์จนไม่เหลือเงินติดบัญชี ทรัพย์สินเครื่องประดับก็ถูกเอาไปด้วยจนหมดตัว จนกระทั่งตกเป็นข่าวโด่งดัง แล้วเริ่มมีการไลฟ์สดพูดคุยกับกลุ่มคนที่ติดตามจนกระทั่ง น.ส.บี เข้าไปคอมเมนต์ถึง จึงถูกนายโจชักชวนให้มาหาที่บ้านจนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
ส่วนข้อเท็จจริงในเรื่องที่นายโจถูกยัดยาเสพติดเพื่อรีดทรัพย์นั้น ทาง พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องสรุปรายงานข้อเท็จจริงภายใน 3 วันแล้ว โดยในเบื้องต้นได้รับรายงานว่า มีชาวบ้านในชุมชนที่นายโจอาศัยอยู่ ทำหนังสือร้องเรียนไปเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.นนทบุรี เกี่ยวกับพฤติกรรมของนายโจที่มักชอบนำเอาอาวุธปืนมายิงเล่นอยู่เป็นประจำในบ้านพัก สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างมาก
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางแผนนำกำลังพร้อมกับหมายค้นเข้าไปตรวจสอบที่บ้านพักของนายโจ และสามารถจับกุมนายโจได้พร้อมอาวุธปืนมีทะเบียน 1 กระบอก แต่นายโจไม่มีใบครอบครองอาวุธปืน จึงถูกนำตัวส่งโรงพัก สภ.เมืองนนทบุรี ในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ระหว่างถูกคุมขังอยู่ในห้องขังของโรงพัก นายโจได้ฝากทรัพย์สินเป็นเครื่องประดับไว้กับลูกเลี้ยงของแม่เลี้ยงที่เดินทางมาเยี่ยม พร้อมกับโอนในบัญชีผ่านแอพธนาคารเพื่อให้เตรียมนำไปขอยื่นประกันตัว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ไม่อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน แต่ให้ไปยื่นเรื่องประกันตัวในชั้นศาลแทน จึงทำให้นายโจเชื่อว่าถูกแม่เลี้ยง ลูกเลี้ยงและเจ้าหน้าที่ตำรวจกลั่นแกล้งเพื่อรีดเอาทรัพย์สิน จนกลายเป็นข่าวโด่งดังขึ้นมา