ขึ้นแท่นนางเอกภาพยนตร์ครั้งแรก ในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง “ข้างบ้าน” (Our House) สำหรับ ‘กชเบล’ ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2025 และรองอันดับ 1 มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 ที่ได้ร่วมงานกับ ‘อาเล็ก’ ธีรเดช เมธาวรายุทธ และ ‘โบกี้ไลอ้อน’ ณิชชาฎา วีระสุทธิมาศ ผลงานการกำกับฯ ของ ‘โขม’ ก้องเกียรติ โขมศิริ

โดยกชเบลได้พูดคุยถึงการต่อยอดจากนางงามสู่นางเอก รวมถึงบทบาทในภาพยนตร์ และการได้ร่วมงานกับ ‘อาเล็ก’ และ ‘โบกี้ไลอ้อน’
★ ทำไมยอมมาแคสต์เรื่องนี้?
กชเบล – “การแสดงเป็นสิ่งที่เบลรักมาก อยากเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็ก เราเป็นเอ็กซ์ ตร้าในกองถ่าย เคยเล่นเป็นเพื่อนนางเอกมาแล้ว ไม่ใช่ไม่เคยผ่านงานแสดงมา จริงๆ ต้องถามว่าทำไมมาเป็นนางงามได้ (หัวเราะ) เบลสังเกตว่า มิสแกรนด์เป็นเจนใหม่ ไม่ใช่เวทีหาแค่นางงาม เขาหาคนที่พร้อมต่อยอดเป็นศิลปินได้ด้วย รู้สึกว่าหรือเรามาประกวดมิสแกรนด์ดี ก็พยายามใช้สกิลทั้งหมดที่มี จนได้รับตำแหน่งมิสแกรนด์มา พอประกวดเสร็จก็ได้มาเป็นนางเอก ตอนที่เห็นว่าได้แคสต์หนังก็ดีใจแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าเป็นเรื่องไหน

ที่มาแคสต์เพราะมองว่าเป็นโอกาส เราไม่ยึดติดว่าเราเป็นนางงาม นี่คือสิ่งที่เรารอมานาน เป็นโอกาสที่รอมาทั้งชีวิต แต่พอรู้ว่าเป็นหนังเรื่องนี้ก็ไม่อยากแคสต์แล้ว เพราะเป็นคนกลัวผี ตอนนั้นเหมือนตีกับตัวเอง แต่เราจะมายอมแพ้เรื่องแค่นี้เหรอ แล้วถ้าเราไม่ทำ จะมีโอกาสดีๆ แบบนี้อีกเมื่อไหร่ พอรู้ว่าแคสต์ผ่านทั้งดีใจ ทั้งตื่นเต้น ทั้งตลกค่ะ”

★ คาแร็กเตอร์ ‘แพท’ เป็นอย่างไร?
กชเบล – “เป็นคนมองโลกแง่ดี ผ่านงานมาเยอะ ชอบเจอผู้คน เป็นคน Extrovert แต่ความยากอยู่ตรงที่การตัดสินใจของเราและแพทเหมือนกันไหม ถ้าเป็นเบลต้องอยู่ในสถานการณ์ที่แพทต้องเผชิญ เขาจะตัดสินใจอย่างไร โชคดีที่เบลหาจุดร่วมเส้นบางๆ ตรงนี้เจอ คือทำเพื่อครอบครัว”

★ เรื่องแรกก็รับบทหนัก รับบทแม่ เป็นคนท้องด้วย?
กชเบล – “ค่ะ ก็ถามจากคนใกล้ตัวที่เคยท้อง สังเกตวิธีการเดินและนิสัยของเขาเปลี่ยนไปแค่ไหน เพราะคนท้องอารมณ์จะสะวิง ความยากมันมากขึ้นไปอีกตรงที่เรากลัวผี ไม่ใช่แค่การต่อสู้คนเดียว แต่เราต้องปกป้องลูกเราด้วย ก็ง่ายตรงที่เรากลัวผี แต่ยากตรงที่เราต้องมีสัญชาตญาณความเป็นแม่ค่ะ”

★ มีการสร้างสัญชาตญาณความเป็นแม่อย่างไร?
กชเบล – “ก็ต้องอยู่กับ ‘น้องสโนว์’ น้องนักแสดงเด็กที่เล่นเป็นลูกเราบ่อยๆ โชคดีที่น้องน่ารักมาก ยังพูดกับคุณแม่น้องเลยว่าตั้งแต่เล่นกับเด็กมา สโนว์เป็นเด็กคนแรกที่เบลอยากได้เป็นลูกจริงๆ รู้สึกผูกพัน คลิกกับเขามาก เลยเอื้อต่อการแสดง พี่โขมวางแผนการทำงานค่อนข้างดี ให้เบลได้เวิร์กช็อปกับสโนว์ ทำความคุ้นเคยก่อนถ่ายทำ น้องเก่งมาก บรีฟอะไรทำได้หมด มหัศจรรย์มาก”
★ การแสดงหนังเรื่องแรกยากไหม?
กชเบล – “ยากค่ะ เราอาจจะเคยผ่านงานแสดง เป็นเอ็กซ์ตร้าละครทีวี หรือเล่นละครเวทีมา ซึ่งศาสตร์การแสดงแตกต่างกัน ละครเวทีต้องโอเวอร์แอ๊กติ้ง แต่เล่นหนังต้องเน้นสื่อสารทางสายตา จะเล่นเยอะไม่ได้ ต้องขอบคุณพี่โขมที่ใส่ใจความรู้สึกของนักแสดงในการแสดงมากขนาดนี้ เช่น มีซีนที่ดราม่าจ๋าๆ เขาจะให้แอ๊กติ้งโค้ชมาบรีฟให้เราเข้าใจ ไม่อยากให้ยึดติดกับบท คลาสอะไรแบบนี้มันช่วยเราได้มาก สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับการเล่นภาพยนตร์เป็นเรื่องของทำยังไงให้คนดูไม่รู้สึกว่านี่คือการแสดงค่ะ”

★ ร่วมงานกับพี่อาเล็กและพี่โบกี้ไลอ้อนเป็นยังไงบ้าง?
กชเบล – “แรกๆ เกร็ง มาร่วมงานกับระดับเบอร์นี้ แล้วเราเพิ่งเล่นหนังครั้งแรก พอเจอตัวจริง พี่อาเล็กเฟรนด์ลี่ ตลกธรรมชาติ ทำให้เราไม่เกร็ง เวลาทำงานเขาจะบอกเสมอว่าอย่าคิดเยอะ และผู้จัดการของพี่อาเล็กก็พยายามให้เราใช้เวลากับพี่อาเล็กเยอะๆ เพื่อละลายพฤติกรรม ให้เกิดความคุ้นชิน รู้สึกโชคดีที่มีพาร์ตเนอร์และทีมของเขาที่มืออาชีพทั้งในแง่การแสดงและความคิดค่ะ

สำหรับพี่โบกี้ เข้าฉากกันไม่เยอะ ส่วนใหญ่เจอพี่โบกี้แต่ฉากที่เป็นผี ซึ่งพี่โบกี้ต้องแต่งเอฟเฟ็กต์ เลยเม้าท์กันเยอะไม่ได้ แล้วต้องทำอารมณ์อีก ช่วงที่เม้าธ์กันเยอะน่าจะเป็นช่วงเวิร์กช็อป พี่เขาเป็นคนตลก แต่เวลาทำงานพี่โบกี้เต็มที่ สมาธิเขาดีมากค่ะ”
★ สุดท้ายอยากพูดอะไร ที่เดินมาถึงวันนี้?
กชเบล – “อยากขอบคุณตัวเองและทุกโอกาสที่เข้ามา และเราไม่เคยคิดปฏิเสธ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแรกที่เราเล่นมาตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้ มันคือบทเรียนชั้นดีที่ทำให้ได้ต่อยอดตัวเอง ถ้าเราไม่ขวนขวายก็คงไม่ได้มาเล่นเรื่องนี้ แต่จุดที่ทำให้ได้มาเล่นเรื่องนี้ มองว่าเป็นเรื่องจังหวะและโอกาสที่ฟ้าอาจจะมองว่าเราผ่านบททดสอบแล้ว เหมาะที่จะได้เล่นเรื่องนี้ในช่วงเวลานี้กับนักแสดงทีมนี้ ทีมงานทีมนี้ค่ะ”