ท่าเต้นเกาหลังเป็นเหตุ งานเข้า “เจษฎ์-ชัยวุฒิ” พรรครักชาติ “เรืองไกร” ร้อง กกต.ตรวจสอบเข้าข่ายจัดมหรสพฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่
วันที่ 7 ม.ค.2569 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และผู้สมัคร สส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ตนได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์อีเอ็มเอส ถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต. )เพื่อให้ตรวจสอบ นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ และ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ ที่นำผู้สมัครสส.ไปหาเสียง
โดยเต้นท่าเกาหลังและมีอุปกรณ์ประกอบ บริเวณสยามสแควร์ เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา เข้าข่ายทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริง ที่อาจฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 (3) หรือไม่

พร้อมตรวจสอบขยายผลเพิ่มเติมว่ามีทีมผู้สมัคร สส. รายใดร่วมเต้นตามข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น หรือไม่ และจากที่ติดตามในช่วงเวลาที่มีพรฎ.เลือกตั้ง พบว่าอาจมีหลายกรณีที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ทั้งนี้มาตรา 73 (3) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ ทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่าง ๆ”
ดังนั้นข้อเท็จจริงตามข่าวจะเห็นได้ว่าการเต้นมีการใช้ไม้เกาหลังประกอบ ดังนั้นเมื่อพิจารณาตามความในมาตรา 73 (3) ประกอบแนวคำวินิจฉัยของ กกต. ที่ 196/2567 และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13545/2556 รวมทั้งความหมายของคำว่า “มหรสพ” และ “รื่นเริง” จากพจนานุกรม จึงมีเหตุอันควรขอให้กกต. ตรวจสอบตามหน้าที่และอำนาจต่อไป