การประท้วงใหญ่ในอิหร่านปะทะขึ้นในทุกจังหวัดทั่วอิหร่านแล้ว ขณะที่มีรายงานพบผู้เสียชีวิต 65 ศพเป็นอย่างน้อย และมีผู้ถูกจับกุมอีกมากกว่า 2,300 คน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 10 ม.ค. 2569 ว่า การประท้วงใหญ่ในประเทศอิหร่านเพื่อต่อต้านรัฐบาล ลุกลามไปทั่วประเทศแล้ว ขณะที่การปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 65 ศพ และมีผู้ประท้วงถูกจับกุมมากกว่า 2,300 คน
โดยตามรายงานของสำนักข่าวนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน (HRANA) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ระบุว่า มีรายงานการประท้วงเกิดขึ้นอย่างน้อย 512 จุด ครอบคลุม 180 เมืองในทั้ง 31 จังหวัดของอิหร่าน นับตั้งแต่การประท้วงปะทุขึ้นเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน
HRANA ระบุด้วยว่า ผู้เสียชีวิตดังกล่าวเป็นผู้ประท้วง 50 ราย เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายหรือกองกำลังความมั่นคง 14 ราย และอีก 1 รายเป็น "พลเรือนที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาล" อย่างไรก็ตาม พวกเขายังไม่สามารถสรุปตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แน่นอนได้ เนื่องจากอินเทอร์เน็ตยังคงถูกตัดการเชื่อมต่อ
การประท้วงที่กำลังเกิดขึ้นในอิหร่านมีสาเหตุหลักมาจาก ความไม่พอใจในวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรง เช่น เงินเฟ้อสูง ค่าเงินตกต่ำ สินค้าจำเป็นแพงขึ้น ก่อนจะลุกลามไปสู่ความไม่พอใจต่อการบริหารงานที่ผิดพลาด การคอร์รัปชัน และนโยบายต่างประเทศของรัฐบาล ประกอบกับความต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองของกลุ่มคนรุ่นใหม่
ข้อมูลจาก NetBlocks ซึ่งเป็นหน่วยงานเฝ้าติดตามความปลอดภัยทางไซเบอร์ระบุว่า สัญญาณอินเทอร์เน็ตในอิหร่านถูกตัดขาดมานานกว่า 48 ชั่วโมงแล้ว
ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านหากกองกำลังความมั่นคงใช้กำลังตอบโต้ผู้ประท้วง ขณะที่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่าสหรัฐฯ พร้อมสนับสนุนประชาชนชาวอิหร่าน
ด้าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกมาเรียกร้องให้นายทรัมป์ "กลับไปสนใจเรื่องของประเทศตัวเอง" และกล่าวโทษสหรัฐฯ ว่าเป็นผู้ยุยงให้เกิดการประท้วงในครั้งนี้