บิ๊กโจ๊ก ส่งทนายบุก ปปช. ยื่น 6 ข้อ ทบทวนอำนาจสอบ คดีสินบนทอง ยันไม่หนี สู้ถึงที่สุด
GH News January 13, 2026 04:57 AM

ทนายความบิ๊กโจ๊ก ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. 6 ข้อ ให้ทบทวนอำนาจสอบคดี สินบนทอง ชี้ ขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนผิดมาตั้งแต่ชั้นตำรวจ เหตุมีกรรมการ ป.ป.ช.ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 มกราคม ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายื่นหนังสือต่อ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช.ทุกท่าน เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการรับคำกล่าวหา และดำเนินการในคดีสินบนทองคำ ที่มีกรรมการ ป.ป.ช.เป็นผู้ถูกกล่าวหา

นายสัญญาภัชระ ระบุว่า การยื่นหนังสือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขอความเป็นธรรม และให้การดำเนินคดีเป็นไปตามขั้นตอนและช่องทางที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยในหนังสือได้เสนอให้ ป.ป.ช.ดำเนินการพิจารณา 6 ประเด็นหลัก ดังนี้

1. พิจารณาวินิจฉัยเขตอำนาจและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในคดีนี้ เป็นเบื้องต้นก่อนการดำเนินกระบวนการใดๆ ในเนื้อหาคดี โดยเคร่งครัดตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง

2. มีมติหรือคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร วินิจฉัยโดยชัดแจ้งว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหรือไม่มีอำนาจรับคำกล่าวหาและดำเนินการในคดีที่มีลักษณะเป็นการกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้กระทำความผิด และมีบุคคลอื่นถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ให้/ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมและความชัดเจนของกระบวนการยุติธรรม

3. หากคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่าคดีดังกล่าวอยู่ในเขตอำนาจเฉพาะตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 236 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560

“ขอให้มีคำสั่ง ไม่รับคำกล่าวหาและสำนวนคดีนี้ไว้พิจารณา และดำเนินการตามกระบวนการที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ”

4. ในระหว่างที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยเขตอำนาจตามข้อ (1) และ (2) “ขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.งดเว้นการดำเนินการใดๆ ในสาระของคดี ไม่ว่าจะเป็นการไต่สวน การตั้งคณะอนุกรรมการ การเรียกบุคคลให้ถ้อยคำ หรือการมีมติใดๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อสิทธิของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และ/หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยไม่อาจเยียวยาได้ในภายหลัง”

5. ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่าเรื่องดังกล่าว ไม่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการ ขอให้มีคำสั่งคืนสำนวนให้พนักงานสอบสวนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “พร้อมระบุเหตุผลแห่งคำสั่งโดยชัดแจ้ง ว่าเป็นกรณีที่ต้องดำเนินการตามกลไกและเขตอำนาจเฉพาะตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง”

6. ขอให้มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาและคำสั่งตามข้อ (1) ถึง (5) แก่ผู้กล่าวหา พนักงานสอบสวน และข้าพเจ้าในฐานะทนายความหรือ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นลายลักษณ์อักษรโดยเร็ว เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถดำเนินการตามสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม

นายสัญญาภัชระยืนยันว่า การยื่นหนังสือในครั้งนี้ไม่ใช่การประวิงคดี แต่เป็นการขอให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามขั้นตอนและกรอบอำนาจตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยคดีดังในอดีตที่ศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐจากการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้ นายสัญญาภัชระยังชี้ให้เห็นว่า การดำเนินการสอบสวนตั้งแต่ชั้นของพนักงานสอบสวน ที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นคดีที่มีการกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ไม่สามารถแยกการดำเนินคดีออกเป็นส่วนๆ ได้ หากมีการกล่าวหาว่ามีการกระทำความผิดร่วมกันในลักษณะตัวการ ผู้ใช้หรือผู้สนับสนุน คดีทั้งหมดต้องเข้าสู่กลไกตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ หาก ป.ป.ช.วินิจฉัยว่าไม่มีอำนาจ ต้องแจ้งให้ชัดเจนว่าไม่สามารถมอบหมายหรือส่งกลับให้ดำเนินการต่อได้ เพราะจะเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อกฎหมาย และหากยังมีการดำเนินการต่อไป อาจต้องมีการใช้สิทธิทางกฎหมายกับหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง

นายสัญญาภัชระกล่าวว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์จะยืนหยัดต่อสู้ในทุกขั้นตอนตามกระบวนการที่กฎหมายบัญญัติไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ไม่หลบหนี และจะใช้สิทธิดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลหรือองค์กรใดๆ ที่กระทำให้ได้รับความเสียหายอย่างเคร่งครัด

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.