เรื่องราวสุดเศร้าที่ถูกแชร์เป็นอุทาหรณ์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เมื่อหญิงสาววัยเพียง 30 ปี ต้องเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันหลังไปรับประทานอาหารบุฟเฟต์มื้อใหญ่เพียงไม่กี่ชั่วโมง สาเหตุเกิดจากภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันชนิดรุนแรง ซึ่งมีต้นตอมาจากค่าไขมันในเลือดที่สูงผิดปกติจากการหยุดยาเอง
นพ.สวี่ ปิ่งอี้ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลอันหนาน เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กถึงเคสผู้ป่วยหญิงรายนี้ว่า เธอถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินในช่วงกลางดึกด้วยอาการปวดท้องส่วนบนอย่างรุนแรง จากการตรวจสอบพบว่าเธอไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์และไม่มีนิ่วในถุงน้ำดี แต่ผลตรวจเลือดกลับน่าตกใจเมื่อพบค่าไตรกลีเซอไรด์พุ่งสูงถึง 4,000 mg/dL ซึ่งสูงกว่าค่าปกติหลายสิบเท่า
แม้ทีมแพทย์จะรีบส่งตัวเข้าห้องไอซียูและใส่ท่อช่วยหายใจ แต่ร่างกายของเธอกลับทรุดลงอย่างรวดเร็ว มีอาการหายใจหอบ ไตวาย และระดับแคลเซียมในเลือดต่ำจนเกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตในวันที่สองของการรักษา จากการสอบประวัติพบว่าเธอทราบดีว่าตนเองมีไขมันในเลือดสูงและเคยทานยาอยู่พักหนึ่ง แต่ตัดสินใจหยุดยาเองเพราะไม่อยากทานยาต่อเนื่องเป็นเวลานาน
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ค่าไตรกลีเซอไรด์ปกติไม่ควรเกิน 150 mg/dL หากสูงเกิน 500ถือว่ารุนแรง และถ้าพุ่งเกิน 1,000 จะถือว่าอันตรายขั้นสูงสุด ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลเสียต่อร่างกายใน 4 ด้านหลัก ดังนี้:
นพ.สวี่ เน้นย้ำว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคือหัวใจสำคัญ โดยควรลดน้ำหนักลง 5-10% จำกัดการทานน้ำตาลและแป้งขัดขาว งดดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
สรุปแล้ว หากตรวจพบว่าค่าไตรกลีเซอไรด์สูงเกิน 500 mg/dL ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาทันทีและห้ามหยุดยาเองโดยเด็ดขาด เพราะการหยุดยาเพียงเพราะความชะล่าใจอาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่สายเกินแก้ ดังเช่นกรณีของหญิงสาวรายนี้ที่มื้ออาหารแสนอร่อยกลับกลายเป็นมื้อสุดท้ายของชีวิต