“การบินไทย” เปิดตัว Airbus A321neo พร้อมเผยโฉมห้องโดยสารที่ออกแบบเฉพาะ ภายใต้แนวคิด Thai Contemporary เผยเป็นส่วนหนึ่งของแผนจัดหา-ปรับปรุงฝูงบินรองรับการให้บริการในเส้นทางบินระยะสั้นและระยะกลาง และยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยและภูมิภาคไปสู่การบินที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเย็นวันนี้ (วันที่ 16 มกราคม 2568) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จัดงานเปิดตัวอากาศยานแบบ Airbus A321neo ลำแรก (จากจำนวน 32 ลำ) ณ โรงจอดอากาศยานของบริษัทฯ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมเผยโฉมผลิตภัณฑ์ภายในห้องโดยสารที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพฝูงบินและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีนายสัมฤทธิ์ สำเนียง นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ คณะกรรมการบริษัทฯ พร้อมด้วยนายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทฯ ผู้บริหาร และพันธมิตรทางธุรกิจ เข้าร่วมงาน

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท กล่ การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อากาศยานแบบ Airbus A321neo เป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดหาและปรับปรุงฝูงบินของการบินไทย เพื่อรองรับการให้บริการในเส้นทางบินระยะสั้นและระยะกลาง โดยเป็นอากาศยานที่ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีการบินอย่างต่อเนื่อง มีจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการลดระดับเสียงรบกวนเมื่อเทียบกับอากาศยานรุ่นก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัท
โดยการนำเครื่องบินแบบ Airbus A321neo เข้าเป็นส่วนหนึ่งในฝูงบินของบริษัท ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของการบินไทยที่ไม่เพียงเพื่อพัฒนาและยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารด้วยห้องโดยสารและผลิตภัณฑ์ในห้องโดยสารที่มีความสะดวกสบายและทันสมัย แต่ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยและภูมิภาคไปสู่การบินที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
“เรามีแผนรับมอบเครื่องบินรุ่นใหม่ A321neo ทั้งหมด 32 ลำ ปีนี้น่าจะเข้ามาจำนวน 16 ลำ และคาดว่าจะทยอยรับมอบจนครบภายในปี 2570”
ด้านนายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ กล่าวว่า อากาศยานลำแรกได้รับการตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์และลวดลายใหม่บนลำตัวอากาศยาน ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของการบินไทย โดยโลโก้ A321neo ได้รับการออกแบบเฉพาะ ภายใต้แนวคิด Thai Contemporary เลือกใช้โทนสี Neon Violet เพื่อสื่อถึงนวัตกรรมและความก้าวหน้า พร้อมออกแบบให้สอดคล้องกับโลโก้อากาศยานตระกูล Airbus ของการบินไทย

ภายในห้องโดยสารประกอบด้วย ที่นั่งในชั้นธุรกิจ (Royal Silk Class) จำนวน 16 ที่นั่ง แบ่งเป็นที่นั่งเดี่ยว (Throne Seat) จำนวน 4 ที่นั่ง และที่นั่งคู่ (Double Seat) จำนวน 12 ที่นั่ง ออกแบบภายใต้แนวคิด “Your Personal Room Concept” มอบพื้นที่ส่วนตัวที่มากขึ้นและสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างลงตัว ตั้งแต่พื้นที่รับประทานอาหารและทำงาน ไปจนถึงที่นั่งที่สามารถปรับเอนนอนราบได้ 180 องศา เพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมระบบความบันเทิงผ่านจอสัมผัสขนาด 17.3 นิ้ว
ส่วนที่นั่งชั้นประหยัด (Economy Class) มีจำนวนทั้งหมด 159 ที่นั่ง จัดพื้นที่แบบ 3-3 ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ สามารถปรับเอนได้ 10 องศา พร้อมที่พักศีรษะปรับได้ 6 ทิศทาง และระบบความบันเทิงผ่านจอสัมผัสขนาด 13.3 นิ้ว

รวมทั้งระบบความบันเทิงบนเที่ยวบินได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยด้วยจอภาพความละเอียดระดับ 4K รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ส่วนบุคคล มาพร้อม User Interface (UI) รูปแบบใหม่ที่ใช้งานง่ายและตอบสนองรวดเร็ว นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านเครือข่าย SES Open Orbits แบบหลายวงโคจร (Multi-Orbit) รองรับความเร็วสูงสุด 200–300 เมกะบิตต่อวินาที โดยจะเริ่มให้บริการภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569
นายกิตติพงษ์กล่าวด้วยว่า สำหรับอากาศยาน Airbus A321neo ลำแรกนี้ ได้รับพระราชทานนามว่า “บวรรังษี” ซึ่งมีที่มาจากชื่อชุมชนบวรรังษี ชุมชนเก่าแก่ในเขตกรุงเทพฯ ที่มีความเชื่อมโยงกับวัดบวรนิเวศวิหาร โดยคำว่า “บวร” มีรากจากบวรสถานสุทธาวาส หรือวังหน้า ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจในอดีต ขณะที่คำว่า “รังษี” หมายถึงแสงและความรุ่งเรือง ชื่อ “บวรรังษี” จึงสะท้อนความหมายถึง พื้นที่ที่อยู่ในอิทธิพลและรัศมีแห่งสถาบันสำคัญ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีกำหนดนำอากาศยาน Airbus A321neo ลำแรกเข้าประจำการในฝูงบินและเริ่มทำการบินระหว่างวันที่ 22 มกราคม – 28 มีนาคม 2569 ใน 6 เส้นทางหลัก ได้แก่ 1. เที่ยวบิน TG413 เส้นทาง กรุงเทพฯ – สิงคโปร์ กำหนดเวลาออก 11.30 – 14.50 น. (เที่ยวบินแรก) 2. เที่ยวบิน TG414 เส้นทาง สิงคโปร์ – กรุงเทพฯ กำหนดเวลาออก 15.55 – 17.15 น. 3. เที่ยวบิน TG221 เส้นทางกรุงเทพฯ – ภูเก็ต กำหนดเวลาออก 18.30 – 20.00 น.
4.เที่ยวบิน TG222 เส้นทางภูเก็ต – กรุงเทพฯ กำหนดเวลาออก 20.40 – 22.15 น. 5. เที่ยวบิน TG331 เส้นทาง กรุงเทพฯ – เดลี (อินเดีย) กำหนดเวลาออก 23.25 – 02.20 น. (วันถัดไป) และ 6. เที่ยวบิน TG332 เส้นทาง เดลี (อินเดีย)– กรุงเทพฯ กำหนดเวลาออก 03.30 – 09.00 น. (ตามเวลาตามท้องถิ่น)
“การบินไทยยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณภาพ ความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสาร และเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดการบินระดับภูมิภาคและระดับโลก” นายกิตติพงษ์กล่าว