เปิด 6 รายชื่อ ถูก กกต. แจ้งความข้อหาขัดขวางเจ้าหน้าที่ โทษหนักถึงติดคุก
GH News February 27, 2026 09:10 AM

เปิด 6 รายชื่อ ถูก กกต. แจ้งความข้อหาขัดขวางเจ้าหน้าที่ จากกรณีไปสังเกตการณ์เลือกตั้งที่เขตคันนายาว โทษหนักถึงติดคุก

จากกรณีที่นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงดำเลิศ ผู้อำนวยการ กรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร เดินทางเข้าแจ้งความ ภาคประชาชน 4-5 คน ที่ไปสังเกตการณ์การลงคะแนนการเลือกตั้งที่ เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ภายหลังจากที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรม ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการนับคะแนนการเลือกตั้ง มีการไปถ่ายภาพเห็นบัตรเลือกตั้ง การถอดรหัสการนับคะแนน การไปถ่ายภาพเห็น QR Code เพื่อพิสูจน์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ลับ

ล่าสุดมีการเปิดเผยรายชื่อผู้ถูกแจ้งความเอาผิดในกรณีดังกล่าว โดยพบว่ามี 6 คน ได้แก่

1.นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม 2.นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของDomecloudผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain 3.นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือ ครูชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B Marketing In Black 4.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 5.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) 6.ทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพสื่อ Spacebar

โดย กกต.แจ้งความให้ดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 66 วรรคสอง , ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, มาตรา 209, มาตรา 322 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา14

สำหรับมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.2560 กำหนดว่า “ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้ตรวจการเลือกตั้ง หรือกรรมการที่ กกต. แต่งตั้ง ถ้าการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่นั้น ได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้การเลือกตั้ง และไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเป็นเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 กำหนดว่า ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือการปกครองประเทศโดยใช้กำลังความรุนแรง หรือกระทำการใด ๆ ในการยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือให้เกิดการแตกแยกในหมู่ประชาชน หรือให้ประชาชนฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี

ส่วนมาตรา 209 ซึ่งเป็นความผิดฐานเป็น “อั้งยี่” บัญญัติว่าผู้ใดเป็นสมาชิกคณะบุคคลที่ปกปิดวิธีดำเนินการและมุ่งหมายทำผิดกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หากเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000

มาตรา 322 ผู้ใดเปิดผนึก หรือเอาจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารใด ๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความก็ดี เพื่อนำข้อความในจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผยก็ดี ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 บัญญัติถึงการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอม เท็จ ที่ส่งผลเสียหายต่อประชาชน ความมั่นคง หรือเป็นข้อมูลลามก รวมถึงการส่งต่อข้อมูลดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข่าวล่าสุด
© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.